รวมวัตถุมงคลทั่วทุกภูมิภาคประเทศไทย

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,391
    ค่าพลัง:
    +21,468
    1778599070460.jpg FB_IMG_1778598288770.jpg

    พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน จังหวัดนครราชสีมา เคยกล่าวถึงหลวงปู่ว่า "ท่านได้รับคำพยากรณ์แล้ว และเป็นหนึ่งในอนาคตวงศ์ด้วย"

    ..........

    สมัยนั้น การเดินทางจากวัดโดยทางรถยนต์ไม่สะดวก ต้องนั่งเรือล่องตามแม่น้ำมา ซึ่งใช้เวลานาน ทหารจึงจัดเฮลิคอปเตอร์ หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า " ฮ. " มารับท่านไปงาน

    ในวันนั้น ท่านนำเหรียญบรรรทุกไปด้วย พอถึงวัดเกาะวังไทร ท่านก็ลงจากเฮลิคอปเตอร์ นักบินก็จะนำเครื่องกลับ แต่ทำอย่างไรเครื่องก็บินไม่ขึ้น จึงขอให้หลวงปู่ช่วยตรวจดูให้

    หลวงปู่พิจารณาแล้ว บอกว่า " ลืมเอากล่องเหรียญลงมาจากเครื่อง "

    พอนักบินยกกล่องเหรียญลงมา เครื่องก็สามารถบินกลับฐานได้ตามปรกติ ผู้อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้น จึงพากันเรียกเหรียญ รุ่นนี้ว่า " เหรียญ รุ่น ฮ.ไม่ขึ้น

    .........

    สหธรรมิกสองพระมหาโพธิสัตว์ หลวงพ่ออุตตมะ อุตตมะรัมโภ และ หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ สองมหาโพธิสัตว์ ผู้เที่ยงตรงต่อพระโพธิญาณ…………………………………………………ความเป็น “มหาพระโพธิสัตว์” ผู้เที่ยงแท้ต่อพระโพธิญาณในอนาคตกาล ดังจะมีพระศรีอาริยเมตไตร ถัดจากนั้น ยังปรากฏมีมหาโพธิสัตว์ที่จะได้ตรัสรู้ ตามลำดับเพื่อโปรดเวไนยสัตว์คือสัตว์ผู้ควรแก่การแนะนำสั่งสอนปรากฏนามนับ 10 พระองค์ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน นครราชสี พระอริยะสงฆ์เคยกล่าวคำรับรองว่า “หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม กาญจนบุรี พระมหาโพธิสัตว์แห่งสังขละบุรี จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า 1ใน 10 พุทธวงศ์ เบื้องหน้า”ความประทับใจในมิตรภาพ ของสองมหาโพธิสัตว์เริ่มต้นเมื่อปี 2541 ในวันหนึ่ง พลังบุญก็ดึงดูดหนุนนำให้ 2 ผู้มีบุญบารมีได้มาพบกัน หลวงปู่หงษ์ ได้ยินชื่อหลวงพ่ออุตตมะ ก็มีจิตศรัทธา ดังรู้ได้ว่านี่คือผู้มีบุญสูงส่งเผาพงศ์มหาโพธิสัตว์ผู้ที่จะได้นำพาสรรพสัตว์ออกจากกองทุกข์ เพราะโดยปรกติพระสุปฎิปัณโณทั้งสอง ต่างองค์ต่างมีหน้าที่ ต่างก็ได้มุ่งบำเพ็ญบารมี โอกาสที่ จะได้ประสบพบกันถือเป็นสิ่งที่บังเกิดขึ้นได้ยาก หลวงปู่หงษ์เร่งเดินทางมากราบหลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งมีอาวุโสพรรษากว่า 6 ปี ในสมัยนั้น เมื่อได้พบต่างองค์ก็ต่างสนทนา ด้วยความเป็นกันเอง เมื่อไถ่ถามกันพอสมควรแก่เวลาเป็นที่เรียบร้อย หลวงปู่หงษ์ถวายจตุปัจจัย 2,000 บาทและขอประคำหลวงพ่ออุตตมะ 10 เส้นเป็นไมตรีแสดงความนอบน้อมเคารพในบารมีธรรม หลวงพ่ออุตตมะก็มอบจตุปัจจัย 2000 บาทคืนกลับพร้อมประคำเสก 100 เส้น เป็นที่ปีติอิ่มใจของผู้ที่ได้ติดตามและพบเห็น เมื่อวันเวลาผันผ่าน แม้แต่ตอนที่ หลงพ่ออุตตมะ มาเข้าโรงพยาบาลพระมงกุฎ ในช่วงหลังก่อนหลวงพ่ออุตตมะจะสิ้นบุญ หลวงปู่หงษ์ ฯ ก็ได้ตามมาเยี่ยมหลวงพ่ออุตตมะ ถึงโรงพยาบาลมาในปีนี้ หลวงปู่หงษ์ก็มี อายุย่าง 97 ปีเท่ากับว่าครบ 10 ปี ของมิตรภาพทั้งสองที่นำมาบันทึกไว้ให้ได้จดจำทั้งยังเคยมี วัตถุมงคลที่ สองมหาโพธิสัตว์ได้อธิฐานจิตไว้ร่วมกันก็มี พระผงรูป พระแก้วมรกต หลัง นะเมติ ล้อมด้วยสายประคำ และรูปพระตรีมูรติหลังฤๅษี 3 องค์ เป็นอนุสรณ์ ถึง หลวงพ่ออุตตมะ อุตตมะรัมโภ และ หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ สองมหาโพธิสัตว์ ผู้เที่ยงตรงต่อพระโพธิญาณเอื้อเฟื้อข้อมูลโดย พระศุภกิจ ปภัสสโร

    ✨️หลวงพ่ออุตตมะกับหลวงพ่อฤาษีลิงดำ✨️
    โดย พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน
    .
    ถาม : ไม่เคยเจอท่านมาก่อนด้วยหรือ ?
    หลวงพ่อเล็ก : ก่อนหน้านี้ไม่เคยเลย หลวงพ่ออุตตมะไปวัดท่าซุงครั้งแรกที่มีพิธีพุทธาภิเษก น่าจะเป็นปี ๒๕๒๐
    (ตรวจสอบปีที่ยกช่อฟ้าแล้ว ข้อแก้ไขเป็นปี ๒๕๑๙ ครับ)
    .
    ถาม : ตอนนั้นหลวงพ่อเล็กยังไม่บวช ?
    หลวงพ่อเล็ก : ยัง....หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านทำพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ ทูลเชิญในหลวงด้วย แล้วมีหลวงปู่-หลวงพ่อที่เป็นพระสุปฏิปันโน ๑๐ กว่าองค์
    .
    ✨️ท่านบอกว่าให้ไปนิมนต์หลวงพ่ออุตตมะ
    อาตมากราบเรียนหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านว่า
    .
    "ไกลขนาดนั้น แล้วหลวงพ่ออุตตมะท่านก็ไม่รู้จักหลวงพ่อ แล้วท่านจะมาหรือครับ ?"
    .
    หลวงพ่อวัดท่าซุงบอกว่า
    "แกไปบอกว่าข้านิมนต์ แล้วท่านจะมา"
    .
    เสร็จแล้วก็ไปรถตู้กันไป โอ้โฮ...สมัยนั้นถนนสุดยอดความลำบากเลย ถนนลูกรัง อีโหลกโขลกเขลก
    บางตอนถูกน้ำเซาะลึกเสียจนรถขับเคลื่อนสี่ล้อยังหนาวเลย
    ไปจนถึงวัดท่าน เสร็จแล้วพอกราบเรียนว่า
    .
    "หลวงพ่อมหาวีระขอนิมนต์"
    หลวงพ่ออุตตมะท่านก็ว่า "เออ...เออ...ไป ๆ"
    .
    เมื่อไปถึงวัด
    ✨️ท่านก็คุยกันอย่างสนิมสนม
    อาตมาเพิ่งจะรู้ว่าท่านรู้จักกันตั้งนานเนกาเลแล้ว
    .
    ✨️หลวงพ่ออุตตมะเคยไปอยู่ปฏิบัติที่วัดปากคลองฯ พร้อมกับหลวงพ่อวัดท่าซุงตั้ง ๒ พรรษา!! ✨️
    .
    ครูบาอาจารย์ท่านรู้จักกันหมด อาตมาไม่รู้เองต่างหาก
    .
    Cr. : เรื่องราว
    สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
    เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน
    ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕

    ภาพ : ในภาพจากซ้ายไปขวา
    หลวงพ่อพุธ ฐานิโย / หลวงพ่ออุตตมะ / หลวงพ่อฤาษีลิงดำ / หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

    หมายเหตุ: มีปรับแก้คำพูดบางคำเพื่อความเหมาะสม

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ๑. เหรียญ ศิษย์สหกรณ์นิคมปี๒๕๒๕รุ่นนิยมมีในทำเนียบ วภาพสวยผิวรุ้ง
    ๒. เม็ดประคำปลุกเสกเดี่ยว ๑ ไตรมาส ปี ๒๕๔๐ หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม จ.กาญจนบุรีแจกงานฌาปนกิจของ ผู้สร้างถวาย


    ให้บูชา 300 บาทค่าจัดส่งเดือนละ 30 บาทครับ

    IMG_20260512_215407.jpg IMG_20260512_215407.jpg IMG_20260512_215204.jpg IMG_20260512_215231.jpg IMG_20260512_215344.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,391
    ค่าพลัง:
    +21,468
    FB_IMG_1778601052563.jpg

    การปลุกเสกของท่านแต่ละครั้งก็จะไม่ค่อยเหมือนพระเกจิองค์อื่นๆ เพราะท่านจะปลุกเสกอยู่ในโบสถ์เป็นเวลา7วัน7คืนโดยจะไม่ออกมาจากโบสถ์เลยจนกว่าจะสำเร็จในการเสก ท่านจะสั่งให้ลูกศิษย์ปิดประตูโบสถ์ทั้งหมดและกำชับว่าไม่อนุญาติให้ใครเข้ามารบกวนโดยเด็ดขาดในขณะทำพิธีตลอด7วัน

    ท่านคือ หนึ่งในศิษย์ หลวงปู่พุ่ม วัดบางโคล่นอก

    ครั้งหนึ่ง ท่านเคยโดนโจรใจบาป ลอบทำร้ายกะให้หลวงปู่ท่านมรณะ โดยตีที่ศีรษะหลวงปู่ แล้วไปทิ้งไว้ท้ายวัด แต่หลวงปู่กลับไม่เป็นอะไร แค่มีหัวปูด ไม่แตก

    ผู้หยั่งรู้ ถึง การมรณะภาพ ของตัวท่านเอง ท่านเคยพูดกับคนไกล้ชิด ว่าตัวท่านเอง จะมีอายุ เท่ากับ จังหวัดเกิดท่านเอง นั้นคือ จังหวัดร้อยเอ็ด

    หลวงหลวงปู่สีท่านมักจะนิยมปลุกเสกเดี่ยว นอกจากถ้ามีงานสำคัญๆท่านจึงจะนิมนต์พระเกจิจากที่อื่นมาร่วมปลุกเสกด้วย แต่ก็หาได้น้อยรุ่นมากครับที่จะเสกแบบหมู่การปลุกเสกของท่านแต่ละครั้งก็จะไม่ค่อยเหมือนพระเกจิองค์อื่นๆ เพราะท่านจะปลุกเสกอยู่ในโบสถ์เป็นเวลา7วัน7คืนโดยจะไม่ออกมาจากโบสถ์เลยจนกว่าจะสำเร็จในการเสก ท่านจะสั่งให้ลูกศิษย์ปิดประตูโบสถ์ทั้งหมดและกำชับว่าไม่อนุญาติให้ใครเข้ามารบกวนโดยเด็ดขาดในขณะทำพิธีตลอด7วัน
    ....................
    ประวัติอดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่เงินโชตนาราม (หลวงปู่สี พานคำ)
    ประวัติเจ้าอาวาส
    นับตั้งแต่วัดไผ่เงินโชตนารามได้เริ่มสร้างมาจนถึงปัจจุบันนั้น ก็ได้มีเจ้าสมภารอาวาสปกครองวัดมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันเป็นจำนวน ๑๔ รูป (เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันรูปที่ ๑๔ คือ พระครูอดุลยธรรมานุวัตร)
    -----------------------------------------
    หลวงพ่อสัมฤทธิ์เป็น วัสดุสำริด ลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง 2.2 เมตร ศิลปะสมัยสุโขทัย เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดพระยาไกร เช่นเดียวกับพระสุโขทัยไตรมิตร

    หลวงพ่อสัมฤทธิ์ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ ส่วนพระสุโขทัยไตรมิตร ประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร เชื่อกันว่าเป็นพระพุทธรูปที่อัญเชิญมาจากสุโขทัยทั้งสององค์ หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ หัวหน้ากองพิพิธภัณฑ์และโบราณวัตถุ กระทรวงธรรมการในขณะนั้น ได้ทำการสืบประวัติหลวงพ่อสัมฤทธิ์ ทราบแต่เพียงว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยตอนปลายต่ออยุธยา ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระยาโชฏิกราช (เจ้าสัวบุญมา) ข้าหลวงเดิมของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นผู้ปฏิสังขรณ์วัดพระยาไกร เสร็จแล้วจึงน้อมฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง สถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงนามว่า "วัดโชตนาราม" ได้อัญเชิญหลวงพ่อสัมฤทธิ์ มาประดิษฐานไว้ในอุโบสถ

    ต่อมาเมื่อพุทธศักราช 2482 บ้านเมืองในตอนนั้นได้มีการเวนคืนที่ดินบริเวณคลองเตย เพื่อสร้างท่าเรือคลองเตย ในการนั้น มีวัดที่จะต้องถูกรื้อถอนยุบไปหลายวัด หนึ่งในนั้นคือวัดเงินที่ต้องถูกรื้อถอน โดยทางการได้ให้วัดเงินกับวัดไผ่ล้อมเดิม มารวมกันเป็นวัดไผ่เงินโชตนาราม ท่านพระมงคลสุธีได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอา วาสในพุทธศักราช 2483 ประจวบกับมีเหตุการณ์ที่กรมการศาสนามีนโยบายแจกจ่ายพระพุทธรูปที่ตกค้างอยู่ ที่วัดพระยาไกร ซึ่งเป็นวัดร้างอยู่เป็นพุทธบรรณาการ เมื่อสมเด็จพระวันรัตน์ (เฮง เขมจารี) อดีตเจ้าคณะแขวงล่างและสมเด็จพระวันรัตน์ องค์สังฆนายก มีเถระบัญชาให้คณะกรรมการวัดสามจีนไปอัญเชิญพระพุทธปฏิมาปูนปั้นที่ วัดไผ่เงินโชตนาราม (พระยาไกร) ซึ่งขณะนั้นเป็นวัดร้าง มีพระพุทธปฏิมาปูนปั้นสององค์ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถองค์หนึ่งและอยู่ในพระวิหารอีกองค์หนึ่ง เชื่อกันว่าเป็นพระพุทธปฏิมาที่อัญเชิญมาจากอยุธยาทั้งสององค์

    พระมงคลสุธี (สี ยโสธโร) เจ้าอาวาสวัดไผ่เงินโชตนาราม กรุงเทพฯ ได้อัญเชิญพระพุทธปฏิมาในพระอุโบสถมาประดิษฐานที่วัดไผ่เงินโชตนาราม พระมงคลสุธี ได้เลือกองค์"หลวงพ่อสัมฤทธิ์"ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่ชำรุด ขณะที่องค์พระพุทธปฏิมาหลวงพ่อสุโขทัยไตรมิตรที่ถูกปูนหุ้มอยู่มีรอยร้าวจาก ไหล่ถึงเอวไปถึงรากฐานเป็นร่องเล็กๆ มองเห็นเนื้อสัมฤทธิ์สีเขียวๆ ที่ยังประดิษฐานอยู่

    เมื่อพระพุทธปฏิมาหลวงพ่อสัมฤทธิ์ได้มา ประดิษฐานที่วัดไผ่เงินโชตนารามแล้ว กองพิพิธภัณฑ์และโบราณวัตถุ กระทรวงธรรมการได้สืบประวัติของพระพุทธรูปองค์นี้ ทราบเพียงแต่ว่าเป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยสุโขทัยตอนปลายต่อสมัยอยุธยาและได้ ขนานนามให้ว่า "หลวงพ่อสัมฤทธิ์" ด้วยเป็นพระพุทธปฏิมาที่หล่อด้วยสำริดและเป็นสำริดแก่เงินจัด ปางมารวิชัย มีขนาดหน้าตักกว้าง 4 ศอกเศษ

    มีการปิดทองหลวงพ่อสัมฤทธิ์ทั้งองค์ อีกครั้งในช่วงฉลองกรุงรัตนโกสินทร์สองร้อยปี พ.ศ.2525 หลวงพ่อสัมฤทธิ์เป็นที่เคารพกราบไหว้ของประชาชนในย่านนั้น เจ้าอาวาสกล่าวว่า ท่านสามารถสร้างวัดไผ่เงินฯ ขึ้นมาได้ก็ด้วยบารมีของหลวงพ่อสัมฤทธิ์ ด้วยเหตุนี้จึงประดิษฐาน หลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดไผ่เงินโชตนาราม ไว้ในพระวิหารแทนที่จะเป็นพระอุโบสถ เพื่อสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องการเข้ามากราบไหว้บูชา...

    ประเพณีเทศกาลหลวงพ่อสัมฤทธิ์ วัดไผ่เงินโชตนาราม
    และในวันขึ้นปีใหม่ของทุกปีจะมีงิ้วแสดงตลอด 3 วัน 3 คืน จนกลายเป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติต่อกันมา

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับเพจวัดไผ่เงิน

    ๑.พระสมเด็จหลวงพ่อสัมฤทธิ์วัดไผ่เงินโชตนาราม ปี ๒๕๑๗ กรุงเทพ และ ๒.เหรียญหลวงพ่อสัมฤทธิ์หลังหลวงปู่สีวัดไผ่เงินโชตนาราม ปี ๒๕๑๗
    อธิษฐานจิตปลุกเสกโดยหลวงปู่สีวัดไผ่เงิน ศิษย์ ลพ.พุ่ม วัดบางโคล่นอก

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260512_224625.jpg IMG_20260512_224704.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...