ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 65 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 65 คน )
  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,811
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เอ็มบีเอส (MBS) จบเห่แล้ว: ราชวงศ์ซาอุเผชิญภาวะล่มสลายโดยสิ้นเชิง
    สก็อตต์ ริตเตอร์ (Scott Ritter) อดีตผู้ตรวจสอบอาวุธของสหประชาชาติและเจ้าหน้าที่ข่าวกรองนาวิกโยธิน แจ้งเตือนว่า โมฮัมเมด บิน ซัลมาน (Mohammed bin Salman) ได้ก้าวเข้าสู่วงจรแห่งความตายโดยไม่มีทางออก สงครามที่เปิดฉากขึ้นในปี 2014 เพื่อช่วงชิงความรุ่งโรจน์ทางทหารอย่างรวดเร็ว ได้กลายสภาพเป็นฝันร้ายยาวนาน 12 ปี ซึ่งในเวลานี้กำลังทำลายล้างโครงสร้างการผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในทางกายภาพ ร่มเงาคุ้มกันของอเมริกาประสบความล้มเหลว บรรดามิตรประเทศจะไม่รีบรุดเข้ามาช่วยชีวิต และราชวงศ์กำลังเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างเด็ดขาด คำถามเดียวที่หลงเหลืออยู่คือการล่มสลายจะมาถึงรวดเร็วเพียงใด
    คำตัดสินหลัก
    ➡️ ริตเตอร์ระบุว่า จุดจบของโมฮัมเมด บิน ซัลมาน เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
    ➡️ "เขาจบเห่แล้ว"
    ➡️ หากโชคดี เขาก็จะทันได้ขึ้นเครื่องบิน 747 ชุบทองลำสุดท้ายออกจากกรุงริยาด เพื่อไปกบดานลี้ภัยในกรุงลอนดอนหรือสหรัฐอเมริกา
    ➡️ หากไม่เป็นเช่นนั้น หัวของเขาจะถูกตัดออกด้วยดาบท่ามกลางเสียงตะโกน อัลลอฮุ อัคบาร์
    ➡️ "มันคือจุดสิ้นสุดของราชวงศ์ซาอุ"
    ความผิดพลาดเชิงยุทธศาสตร์ในปี 2014
    ➡️ MBS พยายามที่จะสร้างเกียรติยศทางทหารของตนเอง ด้วยชัยชนะที่รวดเร็วเหนือกลุ่มอันซาร์ อัลลอฮ์ (Ansar Allah)
    ➡️ ปฏิบัติการรณรงค์ครั้งนั้นแปรสภาพเป็นฝันร้ายยาวนาน 12 ปี
    ➡️ การตัดสินใจในเวลาต่อมาของเขาในการขยายขอบเขตสงครามด้วยการโจมตีสนามบินซานา มีแต่จะช่วยเร่งให้เกิดการทำลายล้างที่เร็วขึ้น
    ➡️ ไม่เหลือทางลงทางการเมืองใด ๆ หลงเหลืออยู่อีกต่อไป และไม่มีการช่วยชีวิตใด ๆ ที่จะมาถึง
    การทำลายล้างน้ำมัน
    ➡️ กลุ่มอันซาร์ อัลลอฮ์ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่การปิดล้อมช่องแคบบับ เอล-มันเดบ หรือการโจมตีท่อส่งน้ำมันและคลังจัดเก็บอีกต่อไป
    ➡️ ในเวลานี้ พวกเขากำลังเปิดฉากโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกในกระบวนการผลิตและตัวบ่อน้ำมันเอง
    ➡️ "นี่คือจุดจบของซาอุดีอาระเบีย"
    ➡️ หากปราศจากน้ำมัน แฟนตาซีของโครงการวิสัยทัศน์ Vision 2030 ทั้งหมดจะล่มสลายกลายสภาพเป็นสิ่งที่ริตเตอร์เรียกว่า หลุมทรายที่เต็มไปด้วยชาวเบดูอินโดยไม่เหลือสิ่งใดเลย
    ไม่มีมิตรประเทศรายใดจะช่วยชีวิตเขาได้
    ➡️ ร่มเงาคุ้มกันความมั่นคงของอเมริกาพิสูจน์แล้วว่าใช้งานไม่ได้จริง
    ➡️ กองกำลังของซาอุดีอาระเบียไร้ประสิทธิภาพ มีน้ำหนักเกิน ขับเคลื่อนด้วยตัวแทน และตกเป็นรองอย่างสิ้นเชิง
    ➡️ ปากีสถานกำลังเผชิญกับการประท้วงครั้งใหญ่ของอิมราน ข่าน (Imran Khan) และจะไม่จัดส่งกองกำลังทหารหลายหมื่นนายเข้าสู่สงครามทะเลทรายที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้
    ➡️ ตุรกีไม่มีความสนใจที่จะเดินทางมาล้มตายเพื่อชาวซาอุดีอาระเบีย
    ➡️ สนธิสัญญาเมกกะ (Mecca Pact) เป็นเพียงเรื่องตลกของแผนที่และกระดานดำที่ไม่มีการเคลื่อนกำลังพลทหารที่แท้จริง
    การคาดการณ์เกี่ยวกับกรุงริยาด
    ➡️ หาก MBS ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งและเกิดการสู้รบภายในประเทศตามมา ริตเตอร์กล่าวว่าขบวนรถทหารของอันซาร์ อัลลอฮ์ จะสามารถขับผ่านถนนสายต่าง ๆ ของกรุงริยาดได้
    ➡️ ชาวซาอุดีอาระเบียหวาดกลัวต่อผลลัพธ์ในลักษณะนี้มาตั้งแต่ปี 1990
    ➡️ "ซาอุดีอาระเบียกำลังเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในสงครามครั้งนี้อย่างเด็ดขาด และไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถทำได้เพื่อช่วยชีวิตพวกเขา"
    ➡️ โลกจะได้สัมผัสกับแรงช็อกในลักษณะเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระเจ้าชาห์แห่งอิหร่านล่มสลายในปี 1979
    บทสรุป
    สก็อตต์ ริตเตอร์ มองว่า MBS จบสิ้นแล้ว และราชวงศ์เซาด์กำลังมุ่งหน้าไปสู่จุดจบอันกะทันหันในรูปแบบเดียวกันกับที่เคยสร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกคนในปี 1979 กระบวนการผลิตพลังงานกำลังถูกรื้อทำลาย ไม่มีกองกำลังภายนอกรายใดจะเข้ามาแทรกแซง และการล่มสลายได้เริ่มต้นขึ้นเรียบร้อยแล้ว ประวัติศาสตร์กำลังจะหยิบยื่นแรงช็อกที่แทบไม่มีใครในโลกตะวันตกประเมินราคาเผื่อไว้

    https://www.facebook.com/share/p/18Jmc8nfyd/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,811
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ซาอุดีอาระเบียเริ่มขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น! หลังถูกฮูตีโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างหนักต่อเนื่องทุกวัน จนต้องโยกย้ายระบบป้องกันภัยทางอากาศไปคุ้มกันแหล่งพลังงานและพระราชวังสำคัญ

    The Wall Street Journal รายงานว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังประสบปัญหาขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นและระบบป้องกันภัยทางอากาศ หลังเผชิญการโจมตีอย่างหนักจากกองกำลังอันซอรุลลอฮ์ (Ansarallah) หรือฮูตีในเยเมน ซึ่งใช้ทั้งขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายภายในประเทศอย่างต่อเนื่องทุกวัน

    สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ซาอุดีอาระเบียประสบปัญหาในการจัดกำลังป้องกันน่านฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จนต้องเคลื่อนย้ายหน่วยระบบป้องกันภัยทางอากาศจากพื้นที่ต่างๆ เพื่อเพิ่มการคุ้มกันโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญ รวมถึงพระราชวังของราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย

    รายงานยังระบุว่า มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน (Mohammed bin Salman) ทรงเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในการเสด็จระหว่างพระราชวังที่มีการอารักขาอย่างเข้มงวดและติดตั้งบังเกอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ผ่านการคัดเลือกเป็นผู้ถวายการอารักขาอย่างใกล้ชิด

    ขณะที่เมื่อวานนี้ มีรายงานว่าขีปนาวุธร่อนของฮูตี 2 ลูกสามารถเจาะผ่านระบบป้องกันภัยทางอากาศของซาอุดีอาระเบีย และบินลึกเข้ามาในประเทศเป็นระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร โดยลูกหนึ่งถูกสกัดกั้นเหนือน่านฟ้าท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิด (King Khalid International Airport) ในกรุงริยาด ส่วนอีกลูกพุ่งตกกระทบเป้าหมาย ซึ่งรายงานไม่ได้ระบุรายละเอียดจุดตก

    ที่มา: The Wall Street Journal


    https://www.facebook.com/share/p/1Jarepnz2e/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,811
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฮูตีรุกคืบยึดพื้นที่ทางใต้ของเมืองตาอิซในเยเมน! ส่งผลให้กองกำลังที่ซาอุดีอาระเบียสนับสนุน อาจเหลือพื้นที่ควบคุมเพียงแนวภูเขาแคบๆ ทางตอนใต้ของเมือง
    FB_IMG_1791797973105.jpg
    แผนที่สถานการณ์การสู้รบล่าสุดแสดงให้เห็นว่า กองกำลังฮูตี หรืออันซอรุลลอฮ์ (Ansarallah) กำลังขยายพื้นที่ควบคุมรอบเมืองตาอิซ (Taiz) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยเมน หลังมีรายงานว่ากองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียสูญเสียพื้นที่หลายแห่ง

    ตามรายงานของ Islamic World News ซึ่งเป็นสื่อที่ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ระบุว่า กองกำลังฮูตีเข้าควบคุมเขตอัล-มิสรัคห์ (Al-Misrakh) รวมถึงพื้นที่อัล-กาลัยบะห์ (Al-Kalaibah) และนัจด์ อัล-กอซิม (Najd Al-Qasim) ตลอดจนถนนที่เชื่อมเขตดังกล่าวกับพื้นที่ตอนใต้ของเมืองตาอิซ

    หากรายงานนี้ถูกต้อง จะทำให้กองกำลังฝ่ายซาอุดีอาระเบียเหลือพื้นที่ควบคุมเพียงแนวภูเขาแคบๆ บริเวณญะบัล อัล-อะรูส (Jabal Al-Arous) และญะบัล อัล-ซับร์ (Jabal Al-Sabr) ทางตอนใต้ของเมือง

    พื้นที่ภูเขาทั้งสองแห่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากสามารถควบคุมและสังเกตการณ์เส้นทางเข้าสู่เมืองตาอิซ จึงเป็นแนวป้องกันสำคัญของกองกำลังที่ยังประจำการอยู่ในพื้นที่

    หากยืนยันการเปลี่ยนแปลงแนวรบดังกล่าวได้ จะหมายความว่ากองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียกำลังเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากมากขึ้นในสมรภูมิตาอิซ ซึ่งเป็นพื้นที่สู้รบต่อเนื่องมานานหลายปี

    https://www.facebook.com/share/p/1YSz7ZgUvL/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,811
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทูตสหรัฐฯ ประจำกรีซ อดีตคู่หมั้นลูกชายทรัมป์ กำลังเผชิญข่าวฉาวเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์ ล่าสุดสะพัดทรัมป์กำลังพิจารณาปลด!

    คิมเบอร์ลี กิลฟอยล์ (Kimberly Guilfoyle) อดีตคู่หมั้นของโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ลูกชายประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และอดีตพิธีกร Fox News ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรีซ หลังได้รับการเสนอชื่อจากทรัมป์เมื่อเดือนธันวาคม 2024 กำลังเผชิญข้อกล่าวหาเรื่องการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ (Pay-to-Play) ทั้งก่อนและระหว่างดำรงตำแหน่งทางการทูต

    กรณีแรก ปี 2025 - “Honey Please”
    หลังได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งทูต กิลฟอยล์มีการติดต่อกับเอริก ดีเทอร์ส (Eric Deters) นักธุรกิจและอดีตทนายความ ซึ่งต้องการเข้าถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล โดยผ่านสายสัมพันธ์ที่เข้มแข็งของกิลฟอยล์

    The Wall Street Journal เปิดเผยข้อความสนทนาที่ระบุว่า กิลฟอยล์ขอให้ดีเทอร์สโอนเงิน 100,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 3.2 ล้านบาท) เพื่อชำระหนี้บัตรเครดิต American Express ของเธอ ก่อนการไต่สวนรับรองตำแหน่งทูตในวันที่ 9 กรกฎาคม 2025 เพียง 6 วัน โดยดีเทอร์สมองว่านี่อาจเป็นการเรียกเงินแลกกับการช่วยประสานงานเข้าถึงบุคคลในรัฐบาลทรัมป์
    หนึ่งในข้อความที่กลายเป็นประเด็นเหน็บแนมคือ

    “Honey, please. I need you to get this done for me today”
    “ที่รักจ๋า ขอร้องล่ะ ฉันต้องการให้คุณจัดการเรื่องนี้ให้ฉันภายในวันนี้”

    นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานข้อความแนะนำวิธีโอนเงินว่า “หากโอนเงินไปยัง American Express สิ่งที่จะปรากฏก็มีเพียงชื่อ American Express เท่านั้น” พร้อมแนบเอกสาร PDF เกี่ยวกับการโอนเงิน

    ▪️ ก่อนหน้านั้น กิลฟอยล์ยังขอให้ดีเทอร์สหยุดส่งข้อความและเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุว่าอาจเป็นอันตรายต่อทั้งสองฝ่าย และให้เปลี่ยนไปโทรคุยผ่านแอป Signal ซึ่งรองรับการสื่อสารแบบเข้ารหัสแทน

    ▪️ CBS News รายงานว่าได้ตรวจสอบข้อความสนทนาที่ดีเทอร์สนำมาเปิดเผย พร้อมเอกสารประกอบรวม 292 หน้า อย่างไรก็ตาม ดีเทอร์สยืนยันว่า ไม่ได้โอนเงิน 100,000 ดอลลาร์ตามที่ถูกร้องขอ แต่ยอมรับว่าเคยจ่ายเงินให้กิลฟอยล์รวม 300,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 9.6 ล้านบาท) เป็นค่าตัวในการปรากฏตัวตามงานต่างๆ ก่อนหน้านั้น

    กรณีที่สอง ปี 2026 - “ฉันจะทำเงินให้คุณมหาศาล!” คลิปเสียงหลุดที่ดาวอส
    อีกหนึ่งกรณีเกิดขึ้นระหว่างการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือนมกราคม 2026 หลัง The Wall Street Journal รายงานคลิปเสียงที่กิลฟอยล์พูดถึงความสัมพันธ์กับบรรดามหาเศรษฐี และพยายามขอให้นักธุรกิจชาวอเมริกันรายหนึ่งช่วยจัดหาบัตรเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เอริก ทรัมป์ ลูกชายอีกคนของประธานาธิบดีทรัมป์
    ระหว่างการสนทนา เธอกล่าวประโยคที่กลายเป็นประเด็นอื้อฉาวว่า “ฉันสามารถยกโลกทั้งใบมาให้คุณได้ และฉันจะทำเงินให้คุณมหาศาล!”
    รายงานยังเปิดเผยความสัมพันธ์ของกิลฟอยล์กับมหาเศรษฐีชาวกรีก 2 ราย ได้แก่
    อเล็กซานดรอส เอกซาร์คู (Alexandros Exarchou) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Aktor Group บริษัทก่อสร้างและพลังงานของกรีซ ซึ่งจัดเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวให้เธอเดินทางไปดาวอส ขณะที่กิลฟอยล์มีบทบาทผลักดันการซื้อก๊าซธรรมชาติจากสหรัฐฯ ผ่านธุรกิจของเขาในหลายประเทศแถบยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ คิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
    นิโคลัส ซาโกส (Nikolas Tsakos) มหาเศรษฐีธุรกิจเดินเรือชาวกรีก ซึ่งมีรายงานว่าเป็นผู้รับผิดชอบค่าเข้าพักโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว Four Seasons Hotel George V ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ให้แก่กิลฟอยล์
    ความสัมพันธ์ดังกล่าวนำไปสู่ข้อสงสัยว่า เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรีซได้รับสิทธิประโยชน์ส่วนตัวจากนักธุรกิจที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับนโยบายและความร่วมมือทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หรือไม่ โดยมีรายงานว่าสำนักงานจเรกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบประเด็นการรับของขวัญและผลประโยชน์

    ล่าสุดทำเนียบขาวกำลังหารือถึงอนาคตทูตหญิง ซึ่งคาดว่าทรัมป์อาจพิจารณาปลดจากตำแหน่ง ขณะที่ จอห์น บาร์ราสโซ (John Barrasso) วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันจากรัฐไวโอมิง และผู้ประสานเสียงข้างมากในวุฒิสภา แสดงความกังวลว่า “ผมคิดว่าสาธารณชนมีสิทธิ์ที่จะรับรู้ผลการตรวจสอบที่พบ และเรื่องนี้ก็น่ากังวลอย่างมาก”

    ที่มา: The Wall Street Journal, CBS News, Associated Press

    https://www.facebook.com/share/p/1HoPx3r28e/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,811
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทัพเรือของ IRGC แห่งอิหร่านประกาศว่า วันนี้มีเรือบรรทุกน้ำมันลำที่ 3 ชนทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ จนเกิดระเบิดและไฟไหม้รุนแรง ขณะบรรทุกน้ำมันดิบ 750,000 บาร์เรล บริเวณตอนใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ

    IRGC ระบุว่า เรือดังกล่าวกำลังพยายามเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซ โดยปิดระบบนำทางและระบุตัวตน พร้อมฝ่าฝืนคำเตือนหลายครั้งจากกองทัพเรืออิหร่าน ก่อนออกนอกเส้นทางเดินเรือที่ได้รับอนุญาตและชนเข้ากับทุ่นระเบิด

    IRGC ยังประกาศเตือนอีกว่า เรือลำใดก็ตาม ที่ปิดระบบนำทางและระบบระบุตัวตนขณะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จะถือว่าเป็นเรือฝ่ายศัตรู และจะถูกตอบโต้อย่างรุนแรงและเด็ดขาด

    นับเป็นเรือบรรทุกน้ำมันลำที่ 3 ที่ชนทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซนับตั้งแต่เมื่อวานนี้ ตามรายงานของ IRGC

    https://www.facebook.com/share/p/1EcBfh6Kuj/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,811
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สื่อของทางการซาอุดีอาระเบียรายงานว่า เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย สนทนาทางโทรศัพท์กับ "อับบาส อารักชี" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดในภูมิภาคและความพยายามในการลดความตึงเครียด

    https://www.facebook.com/share/p/19AMhy9Vk8/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,811
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เริ่มต้นจากทรัมป์ ประกาศความสำเร็จอีกครั้ง! ผ่าน Truth Social ว่า รัสเซียกับยูเครนตกลงหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานกันเรียบร้อยแล้ว มีผลทันที! แถมยังออกคำสั่งกำชับทั้งสองฝ่ายว่า “อย่าละเมิดข้อตกลงนี้!” ทั้งที่ยังไม่มีใครรู้ว่าข้อตกลงที่ทรัมป์ประกาศนั้น ทั้งสองฝ่ายตกลงกันจริงหรือไม่!

    หลังจากนั้น เซเลนสกี กล่าวถึงประกาศของทรัมป์ผ่านวิดีโอแถลงการณ์ประจำวัน ว่า "ตนยังไม่ทราบเรื่องหยุดยิงด้านพลังงานระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ที่ทรัมป์เพิ่งประกาศไปก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง" “แต่ก็นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับทุกฝ่าย สิ่งสำคัญคือข้อตกลงนี้ต้องเกิดขึ้นจริง” ก่อนยืนยันว่ายูเครนพร้อมปฏิบัติตาม หากรัสเซียทำเช่นเดียวกัน สรุปคือ ทรัมป์ประกาศว่าตกลงกันแล้ว แต่เซเลนสกีกลับพูดเหมือนตัวเองเพิ่งรู้เรื่องจากทรัมป์!

    ล่าสุด รัสเซียไม่สนคำประกาศของใครทั้งนั้น! มีรายงานเบื้องต้นว่าโดรนโจมตีโรงไฟฟ้าพลังความร้อนและไฟฟ้า TEC-5 ในเมืองคาร์คิฟ (Kharkiv) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากทรัมป์ประกาศหยุดโจมตีภาคพลังงาน!


    https://www.facebook.com/share/p/1EeL23XB6c/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,811
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Citibank ออกโรงเตือน !

    Bond Yield เตรียมกลับตัวร่วงลง

    เพราะ Scott Bessent อาจเตรียมลดการขายพันธบัตรรัฐบาลอายุ 20–30 ปี ในเดือนหน้า

    #FollowTheFuture

    ท่ามกลางความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด Bloomberg รายงานว่า Citigroup ประเมินว่า Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ อาจเตรียมปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การระดมทุนของรัฐบาลครั้งสำคัญ ด้วยการลดปริมาณการประมูลพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว แล้วหันไปออกตราสารหนี้ระยะสั้นมากขึ้น
    ⠀
    ประเด็นนี้อาจฟังดูเป็นเรื่องเทคนิคของกระทรวงการคลัง แต่จริง ๆ แล้วเกี่ยวข้องโดยตรงกับ Bond Yield ราคาพันธบัตร ต้นทุนการกู้ยืม และการประเมินมูลค่าหุ้นทั่วโลก
    ⠀
    ตามการคาดการณ์หลักของ Citi กระทรวงการคลังสหรัฐฯ อาจลดขนาดการประมูลพันธบัตรอายุ 20 ปี และ 30 ปี ลงประเภทละ 3,000 ล้านดอลลาร์ต่อการประมูล โดยชดเชยเงินที่ระดมทุนได้น้อยลงด้วยการออก Treasury Bills หรือ T-Bills ซึ่งเป็นตราสารหนี้รัฐบาลอายุไม่เกิน 1 ปี เพิ่มขึ้นแทน
    ⠀
    ทำไมการเปลี่ยนแปลงนี้จึงสำคัญ ?
    ⠀
    ต้องเข้าใจก่อนว่า เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการกู้เงิน ก็จะออกพันธบัตรขายให้กับนักลงทุน ยิ่งรัฐบาลออกพันธบัตรระยะยาวจำนวนมาก ตลาดก็ยิ่งต้องใช้เงินจำนวนมากเข้ามารองรับอุปทานใหม่
    ⠀
    หากความต้องการซื้อไม่เพียงพอ นักลงทุนอาจเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อจูงใจให้ถือพันธบัตรเหล่านั้น ซึ่งหมายความว่า Bond Yield ระยะยาวมีแรงกดดันให้ปรับตัวสูงขึ้น
    ⠀
    แต่หากรัฐบาลลดการออกพันธบัตรระยะยาวลง ในขณะที่ความต้องการซื้อยังเท่าเดิม ก็อาจช่วยลดแรงกดดันด้านอุปทาน ทำให้ราคาพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น และ Bond Yield ลดลงได้
    ⠀
    ตัวอย่างง่าย ๆ สมมติว่าตลาดเคยต้องรองรับพันธบัตรระยะยาวออกใหม่ 100 หน่วย แต่รัฐบาลลดเหลือ 80 หน่วย หากนักลงทุนยังต้องการซื้อเท่าเดิม การแข่งขันซื้อพันธบัตรก็อาจสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น
    ⠀
    และต้องจำหลักการสำคัญว่า ราคาพันธบัตรกับ Bond Yield เคลื่อนไหวสวนทางกัน
    ⠀
    เมื่อ Yield ลดลง ราคาพันธบัตรเดิมที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพันธบัตรระยะยาวที่มี Duration สูง ซึ่งไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราผลตอบแทนมากกว่าพันธบัตรระยะสั้น
    ⠀
    ตัวอย่างเช่น หากกองทุนพันธบัตรมี Modified Duration เท่ากับ 15 ปี แล้ว Yield ลดลง 0.50% ราคากองทุนอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 7.5% ก่อนคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ เช่น Convexity และการเปลี่ยนแปลงของ Yield Curve
    ⠀
    นี่จึงเป็นเหตุผลที่นักลงทุนในกองทุนพันธบัตรระยะยาวอย่าง TLT อาจให้ความสนใจกับข่าวนี้เป็นพิเศษ เพราะการลดอุปทานพันธบัตรอายุยาวอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาพันธบัตร แม้จะไม่ได้รับประกันว่า Yield จะลดลงจริง

    https://www.facebook.com/share/1Qvxh43eJE/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,811
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านเงี่ยหูฟังอยู่นะ (ฮูตีก็หูผึ่ง) ซาอุฯลั่นจะขยายท่อลัดฮอร์มุซสู่ทะเลแดง เป็น 10ล้านบาร์เรล/วัน ภายใน 2-3ปี! (ลัดหมดทุกหยด)

    แหม ตัวเลขผลิตน้ำมันดิบของซาอุฯ ในยามปกติ ภายใต้โควตาของโอเปก ก็ประมาณนี้แหละครับ ต่ำกว่า 10 ล้านบาร์เรล/วันด้วยซ้ำ ดังนั้น ถ้าท่อลัดได้ขนาดนี้ ก็แปลว่าปั๊มเท่าไหร่ก็ใส่หมด
    https://www.bloomberg.com/news/arti...a-day-of-oil-pipe-capacity?srnd=homepage-asia

    https://www.facebook.com/share/19f74VRWxx/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,811
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์อาจยังไม่รู้ว่า...

    "น้ำมันดีเซลรัสเซีย"
    ที่ทรัมป์รีบอนุโลมให้ส่งออกได้

    ส่วนหนึ่งก็อาจกลั่นมาจาก
    "น้ำมันดิบอิหร่าน" ที่ทรัมป์
    สั่งคว่ำบาตรไปก่อนหน้านี้แหละ

    ทรัมป์อาจกำลังเจอเรื่องย้อนแย้งครั้งใหญ่ในตลาดพลังงานโลก!

    สหรัฐฯ อนุโลมให้ซื้อขายน้ำมันดีเซลจากรัสเซียได้ แต่มีข้อสงสัยว่า น้ำมันดีเซลบางส่วนที่เข้าสู่ตลาดอาจมีต้นทางเชื่อมโยงกับ "น้ำมันดิบอิหร่าน" ซึ่งสหรัฐฯ เองเป็นผู้สั่งคว่ำบาตร!

    กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตาว่า สหรัฐฯ อาจกำลังเปิดทางให้พลังงานจากประเทศที่ตัวเองคว่ำบาตร ไหลกลับเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของตัวเองโดยอ้อมหรือไม่?

    ⠀
    ทำไมเรื่องนี้ถึงเป็นไปได้?

    หัวใจสำคัญอยู่ที่โครงสร้างการค้าน้ำมันโลก ซึ่งไม่ได้เรียบง่ายเหมือนการซื้อสินค้าจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง

    น้ำมันดิบสามารถถูกส่งออกไปกลั่นในอีกประเทศหนึ่ง ก่อนเปลี่ยนเป็นน้ำมันดีเซล เบนซิน หรือผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอื่น ๆ และส่งต่อไปยังประเทศที่สาม

    ยิ่งในตลาดที่มีมาตรการคว่ำบาตร การซื้อขายอาจเกี่ยวข้องกับบริษัทตัวกลาง การเปลี่ยนถ่ายสินค้าระหว่างเรือ และเครือข่ายขนส่งที่เรียกว่า Shadow Fleet หรือกองเรือเงา ทำให้การตรวจสอบแหล่งกำเนิดซับซ้อนขึ้น

    ลองนึกภาพว่า น้ำมันดิบจากประเทศ A ถูกส่งไปกลั่นในประเทศ B แล้วขายเป็นน้ำมันดีเซลให้ประเทศ C

    คำถามสำคัญคือ ประเทศ C จะตรวจสอบได้อย่างไรว่าน้ำมันดีเซลที่ซื้อมา มีวัตถุดิบต้นทางจากประเทศใด?

    อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนประเทศที่กลั่นหรือผสมน้ำมันไม่ได้ทำให้น้ำมันที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรกลายเป็นสินค้าที่ถูกกฎหมายโดยอัตโนมัติ

    ⠀
    ทำไมสหรัฐฯ จึงต้องผ่อนคลายข้อจำกัดน้ำมันรัสเซีย?

    เพราะสงครามและความตึงเครียดด้านพลังงานกำลังสร้างแรงกดดันต่ออุปทานน้ำมันสำเร็จรูปทั่วโลก

    น้ำมันดีเซลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจ ทั้งการขนส่งสินค้า รถบรรทุก เครื่องจักรอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรม

    หากดีเซลขาดแคลน ต้นทุนโลจิสติกส์จะเพิ่มขึ้น และสามารถส่งผ่านไปยังราคาสินค้าในชีวิตประจำวันได้อย่างรวดเร็ว

    นี่จึงเป็นเหตุผลที่การผ่อนคลายมาตรการจำกัดการค้าพลังงาน แม้กับประเทศที่มีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือบรรเทาความตึงตัวของตลาด

    https://www.facebook.com/share/p/1HWihS5GMq/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,811
    ค่าพลัง:
    +97,153
    IMF เตือนว่า

    "หนี้รัฐบาลทั่วโลกอาจพุ่งแตะ
    100% ของ GDP ภายใน 2028
    สูงที่สุดรอบ 80 ปี"

    IMF เตือน! หนี้รัฐบาลทั่วโลกอาจพุ่งแตะ 100% ของ GDP ภายในปี 2028 สูงสุดนับตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2!

    ในขณะที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาสงคราม ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ย อีกหนึ่งความเสี่ยงขนาดใหญ่ที่กำลังสะสมอยู่ในระบบเศรษฐกิจโลกก็คือ “หนี้ภาครัฐ”

    กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า หนี้รัฐบาลทั่วโลกเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจอาจเพิ่มขึ้นจนแตะระดับ 100% ของ GDP ภายในปี 2028 ซึ่งจะเป็นระดับที่ไม่เคยพบเห็นนับตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

    Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการ IMF ชี้ว่า ประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนสำคัญของปัญหาหนี้ที่เพิ่มขึ้น และการหวังพึ่งให้เศรษฐกิจเติบโตเร็วขึ้นเพียงอย่างเดียวเพื่อแก้ปัญหาหนี้นั้นไม่ใช่แนวทางที่สมจริง

    คำถามสำคัญคือ ถ้าหนี้รัฐบาลทั่วโลกเพิ่มขึ้นจนมีขนาดเท่ากับ GDP ทั้งปี โลกจะต้องเผชิญอะไรบ้าง?

    ⠀
    หนี้ 100% ของ GDP หมายความว่าอย่างไร?

    ลองจินตนาการว่าประเทศหนึ่งมีขนาดเศรษฐกิจปีละ 10 ล้านล้านดอลลาร์ แต่รัฐบาลมีหนี้สะสมอยู่ถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์เช่นเดียวกัน

    นั่นหมายความว่าประเทศดังกล่าวมีอัตราส่วนหนี้ต่อ GDP อยู่ที่ 100%

    อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลต้องนำรายได้ทั้งประเทศไปชำระหนี้ภายในปีเดียว เพราะ GDP คือมูลค่าผลผลิตของเศรษฐกิจ ไม่ใช่รายได้ภาษีของรัฐบาล และหนี้ส่วนใหญ่มีระยะเวลาชำระคืนแตกต่างกัน

    สิ่งที่สำคัญกว่าคือ รัฐบาลมีรายได้เพียงพอสำหรับจ่ายดอกเบี้ยหรือไม่ สามารถออกพันธบัตรใหม่เพื่อทดแทนหนี้เดิมได้ในต้นทุนเท่าใด และเศรษฐกิจเติบโตเร็วพอที่จะทำให้ภาระหนี้ลดลงเมื่อเทียบกับ GDP หรือไม่

    ⠀
    ทำไมประเทศร่ำรวยจึงกลายเป็นตัวขับเคลื่อนหนี้โลก?

    หลายคนอาจคิดว่าประเทศที่มีปัญหาหนี้มากที่สุดต้องเป็นประเทศยากจน แต่ความจริงแล้วประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และหลายประเทศในยุโรป ต่างมีหนี้ภาครัฐในระดับสูง

    สาเหตุหนึ่งมาจากการขาดดุลงบประมาณต่อเนื่อง เพราะรัฐบาลต้องใช้เงินทั้งในด้านสวัสดิการ สาธารณสุข เงินบำนาญ โครงสร้างพื้นฐาน และการป้องกันประเทศ

    ขณะเดียวกัน วิกฤตเศรษฐกิจในอดีตทำให้รัฐบาลต้องกู้เงินจำนวนมากเพื่อประคองเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการเงินโลกปี 2008 หรือการระบาดของ COVID-19

    เมื่อดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ การกู้เงินอาจไม่สร้างภาระดอกเบี้ยมากนัก แต่เมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น หนี้ที่ครบกำหนดและต้องออกพันธบัตรใหม่ก็อาจมีต้นทุนแพงขึ้นตามไปด้วย

    https://www.facebook.com/share/p/19XcB1wAwQ/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,811
    ค่าพลัง:
    +97,153
    น้ำมัน Brent พุ่งแตะ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังประธานาธิบดี Volodymyr Zelensky ของยูเครนกล่าวหารัสเซียว่าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน 6 แห่งในวันนี้

    ขณะเดียวกัน อิหร่านระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ลำที่ 3 ถูกโจมตีและเกิดไฟไหม้ในช่องแคบฮอร์มุซ
    https://www.facebook.com/share/1JjAXjBLvo/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,811
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจเดือนกันยายน โดยดัชนีราคาสินค้าผู้ผลิตภายในประเทศ (PPI) ชะลอตัวลงมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

    PPI รายเดือน (M/M): ลดลง 0.3% ขณะที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.5% โดยเดือนก่อนลดลง 0.2%

    PPI รายปี (Y/Y): เพิ่มขึ้น 6.8% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 7.6% และชะลอลงจากเดือนก่อนที่เพิ่มขึ้น 7.6%

    PPI เป็นดัชนีที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าที่ผู้ผลิตขาย หากราคาผู้ผลิตเพิ่มขึ้นช้าลง ก็อาจช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนในระบบเศรษฐกิจ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเงินเฟ้อผู้บริโภคจะลดลงในทิศทางเดียวกัน

    ด้านสินเชื่อธนาคารญี่ปุ่นยังขยายตัวต่อเนื่อง แต่ชะลอลงเล็กน้อย

    สินเชื่อธนาคารรวมทรัสต์ (Y/Y): เพิ่มขึ้น 5.3% จาก 5.4% ในเดือนก่อน

    สินเชื่อธนาคารไม่รวมทรัสต์ (Y/Y): เพิ่มขึ้น 5.7% จาก 5.9% ในเดือนก่อน

    https://www.facebook.com/share/1EjSVPdEBQ/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,811
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ภาพจากคาซัคสถานกำลังกลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย เผยให้เห็นกลุ่มผู้หญิงที่ออกมาต่อต้านแนวคิดสุดโต่งและเครื่องแต่งกายทางศาสนา ซึ่งพวกเธอมองว่าไม่ใช่ส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมดั้งเดิมของประเทศ
    FB_IMG_1791851550891.jpg
    แม้ว่าประชากรคาซัคสถานประมาณ 69% จะนับถือศาสนาอิสลาม แต่ผู้หญิงในประเทศจำนวนหนึ่งยังคงมองว่า การสวมฮิญาบ บูร์กา และการแต่งกายปกปิดใบหน้า ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวคาซัค

    ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 เป็นต้นมา คาซัคสถานได้บังคับใช้กฎหมายห้ามสวมฮิญาบและบูร์กาในสถานที่สาธารณะ

    10/12/26

    Source: Alpha Wolf

    https://www.facebook.com/share/p/19Pr7AMWKj/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,811
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ...นายเอสมาอิล บากาอี (Esmaeil Baghaei) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ได้กล่าวถ้อยแถลงนี้ในระหว่างการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 2026 โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

    การพิจารณาข้อเสนอช่องแคบฮอร์มุซ: อิหร่านกำลังอยู่ในช่วงตรวจสอบและทบทวนรายละเอียดเนื้อหาที่สหรัฐฯตอบกลับมา เกี่ยวกับข้อเสนอการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อีกครั้ง

    การสื่อสารผ่านตัวกลาง: อิหร่านจะยังคงแลกเปลี่ยนข้อมูลและส่งคำตอบกลับไปยังรัฐบาลวอชิงตันผ่านประเทศตัวกลาง (เช่น กาตาร์ และปากีสถาน) ต่อไปเมื่อการทบทวนเสร็จสิ้น แต่ย้ำว่าการแลกเปลี่ยนข้อความนี้ยังไม่ได้หมายความว่ากระบวนการเจรจาอย่างเป็นทางการได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

    จุดยืนเรื่องความมั่นคงและข้อเรียกร้อง สถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซเป็นผลกระทบโดยตรงจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล และอิหร่านไม่ได้ใช้ช่องแคบนี้เป็นเครื่องมือต่อรอง พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าเงื่อน
    ไขเบื้องต้นของอิหร่าน ....(เช่น การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่ไม่เป็นธรรม) จะต้องได้รับการปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง

    .....ตกลงอิหร่านจะเอายังไงกันแน่? พูดแต่ละวันไม่ค่อยจะเหมือนกันซักครั้ง

    เมื่อวานนายโมห์เซน เรซาอี (Mohsen Rezaei) หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของอิหร่านพึ่งออกมาประกาศกร้าวไม่ยอมรับเงื่อนไข ลั่น..สิ่งที่สหรัฐยื่นไม่เพียงพอ ประกาศกร้าวพร้อมตอบโต้

    วันนี้.. เอสมาอิล บากาอีแถลง "เรากำลังทบทวนรายละเอียด"??

    Source ภาพ: Reuters...

     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,811
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นักวิชาการศาสนาปากีฯ ปลุกชาวมุสลิมแต่งหญิงญี่ปุ่น หวังกลืนชาติใน 70 ปี
    ทาริก มาซูด (Tariq Masood) นักวิชาการศาสนาอิสลามชาวปากีสถาน กำลังปลุกระดมชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น
    เขากล่าวว่าชาวมุสลิมควรแต่งงานกับผู้หญิงญี่ปุ่น เพื่อให้ภายใน 70 ปีข้างหน้า ชาวญี่ปุ่นจะไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไป
    เขายังกล่าวอ้างว่า ในที่สุดภาษาประจำชาติของญี่ปุ่นจะเปลี่ยนเป็นภาษาพัชโต (Pashto) และประเทศญี่ปุ่นจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “Pakhtunistan” “Japan Khan” หรือ “Japkhunistan”
    นอกจากนี้ เขายังอ้างว่า การอพยพเข้ามาจำนวนมากของชาวบังกลาเทศจะทำให้ประเทศอิตาลีกลายเป็น “Itlangladesh” ซึ่งเป็นชื่อที่ผสมระหว่าง Italy และ Bangladesh
    คนที่มีแนวคิดแบบญิฮาดสุดโต่งเช่นนี้ ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่แรกได้อย่างไร?
    10/11/26
    Source: Alpha Wolf


    https://www.facebook.com/share/p/19o6XrFune/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,811
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สาวญี่ปุ่นแสดงจุดยืน! ไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มอาหารฮาลาล หวั่นยอมตามข้อเรียกร้องทางศาสนาแล้วจะมีความต้องการเพิ่มขึ้นไม่สิ้นสุด!

    ระหว่างการสัมภาษณ์ในประเทศญี่ปุ่น หญิงสาวชาวญี่ปุ่น 2 คนถูกถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการเพิ่มตัวเลือกอาหารฮาลาล เพื่อรองรับชาวมุสลิม

    หญิงสาวคนหนึ่งตอบว่า

    “ถ้าเราเริ่มยอมทำตามข้อเรียกร้องของชาวมุสลิม ข้อเรียกร้องเหล่านั้นก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีวันสิ้นสุด”

    ขณะที่หญิงสาวอีกคนก็แสดงความเห็นเห็นด้วยกับเธอ

    ตอนนี้ญี่ปุ่นเริ่มมองเกมออกแล้ว เพราะเรื่องนี้ไม่ได้จบแค่การจัดหาอาหารฮาลาลเท่านั้น ขั้นต่อไปอาจเป็นการเรียกร้องให้นำกฎหมายชารีอะห์มาใช้ และท้ายที่สุดอาจนำไปสู่การเข้าครอบงำประเทศ

    ชาวญี่ปุ่นตื่นตัวได้ทันเวลา และกำลังปฏิเสธข้อเรียกร้องเหล่านี้

    10/11/26

    Source: Alpha Wolf

    https://www.facebook.com/share/p/1CFCWa697i/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,811
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ระทึก! “นายกฯโปแลนด์” พร้อม “รมว.กลาโหม” รอดตายหวุดหวิดจากโดนลอบสังหารหมู่
    .
    .
    .
    .
    .
    เอเจนซีส์ – นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ โดนัลด์ ทัสก์ และรัฐมนตรีกลาโหมโปแลนด์ วาดิสซอฟ โคชิแยค คามิซ (Władysław Kosiniak-Kamysz) เกือบโดนลอบสังหารหลังมีผู้ประสงค์ดีแอบรั่วข่าวจนจับคนร้ายไว้ได้ทัน
    .
    เดลีเทเลกราฟของอังกฤษรายงานวันอาทิตย์(11 ต.ค)ว่า ชายคนหนึ่งถูกจับได้ที่โปแลนดในแผนลอบสังหารผู้นำโปแลนด์และรัฐมนตรีกลาโหมโปแลนด์
    .
    พบคนร้ายโดนจับที่จ. Lower Silesia มีพรมแดนติดเยอรมันและสาธารณรัฐเชกหลังผู้นำหน่วยความมั่นคงได้รับอีเมลลึกลักให้ข้อมูลแผนความพยายามที่จะลอบสังหารนายกรัฐมนตรีโปแลนด์ โดนัลด์ ทัสก์
    .
    แผนการเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนและคนลงมือ อ้างอิงจากสำนักข่าวโปแลนด์ Onet.pl ที่มีเจ้าของร่วมกับหนังสือพิมพ์เดลีเทเลกราฟชื่อดังของอังกฤษคือ แอกเซล สปริงเกอร์ (Axel Springer)
    .
    “ชายที่คุกคามจะบุกโจมตีได้ถูกจับ ผมขอขอบคุณตำรวจต่อความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและเฉียบขาด” นายกรัฐมนตรีโปแลนด์แถลง
    .
    Onet.pl รายงานว่า หน่วยตำรวจอารักขาได้รับอีเมลลึกลัยเกี่ยวกับแผนการลอบสังหารทั้งทัสก์และรัฐมนตรีกลาโหมโปแลนด์ วาดิสซอฟ โคชิแยค คามิซ (Władysław Kosiniak-Kamysz) ที่มีการยืนยันก่อนที่จะส่งต่อไปให้ตำรวจโปแลนด์จัดการ
    .
    บุคคลที่ปรารถนาดีแต่ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อกล่าวว่า ได้ติดต่อกลุ่มสุดโต่งที่อ้างว่ากำลังหาอาสาสมัครเพื่อทำการโจมตีด้วยอาวุธปืน
    .
    และเขาได้พบกับชายชื่อ คริสตอฟ(Krysztof)ที่ได้พูดคุยเรื่องอาวุธ ความเกลียดชังต่อรัฐบาล และแผนการสังหารหมู่
    .
    รัฐมนตรีมหาดไทยโปแลนด์ยืนยันว่า พลเมืองดีรายนี้ได้ให้ข้อมูลถูกต้องแก่รัฐถึงตัวผู้ต้องสงสัยที่มีอายุราว 60 ปี โดนแกะรอยผ่านการวิเคราะห์เนื้อหาออนไลน์
    .
    คนร้ายวัย 60 ปีเป็นสมาชิกกลุ่มสุดโต่งที่มีความเชื่อมโยงกับวงในพวกสุดโต่ง กระทรวงมหาดไทยโปแลนด์กล่าวว่าแต่มีความเป็นไปได้ที่จะมีรัฐต่างชาติเกี่ยวข้องได้ถูกสอบสวนเช่นกัน
    .
    การแถลงวันอาทิตย์(11)เกิดขึ้นตามหลังคลื่นความรุนแรงในโรงเรียนในโปแลนด์ภายในแค่สัปดาห์เดียว ตำรวจเข้าตรวจค้นโรงเรียน 50,000 แห่งและจับกุมไป 117 คนข้อหาพกมีดหรืออาวุธอื่นหลังมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการถูกแทง

    https://www.facebook.com/1000647601...rx5KBJiTEeCKH2iZ1ybdkDU6LeSl/?mibextid=NOb6eG
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,811
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนกำลังสร้างคาสิโนของตัวเอง แทนที่จะซื้อชิปไปเล่นในบ่อนของเจ้าพ่อ

    การที่จีนซื้อทองคำต่อเนื่อง อาจไม่ได้เป็นแค่ การกระจายความเสี่ยงจากดอลลาร์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมสร้างระบบการเงินที่มีทองคำ physical เป็นศูนย์กลาง

    ย้อนกลับไปปี 1944 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐ ถือครองทองคำของโลกในสัดส่วนมหาศาล จึงมีอำนาจกำหนดกติกาของระบบ Bretton Woods โดยมีดอลลาร์เท่านั้นผูกกับทองคำที่ราคา $35 ต่อออนซ์
    ส่วนเงินทุกสกุลในโลกให้ผูกกับดอลลาร์อีกทอดหนึ่ง

    ทองคำจึงไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์สำรอง แต่เป็นส่วนหนึ่งของอำนาจในการกำหนดกติกาการเงินโลก

    วันนี้จีนกำลังสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับลดการพึ่งพาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่ไม่จำเป็นต้องใช้ดอลลาร์ทุกครั้ง

    แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการซื้อทองคือ ..จีนกำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ทองคำเข้ามามีบทบาทในการชำระเงินระหว่างประเทศด้วย
    เลิกซื้อ..เลิกสะสมชิปเพื่อไปเล่นในบ่อนคนอื่น แต่สร้างคาสิโน สร้างกติกาเรียกลูกบ่อนเองซะเลย

    ถ้าคุณเอาเงินสดไปแลกชิปที่คาสิโน แสดงว่าคุณพร้อมที่จะเข้าไปเล่นในเกมของเจ้าพ่อ..ที่เป็นผู้กำหนดกติกา

    แต่ถ้าคุณสร้างคาสิโนขึ้นมาเอง คุณก็มีโอกาสกำหนดกติกาของเกมได้ด้วยตัวเอง เรียกว่าเป็นการวัดรอยเท้าน่ะ

    ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ลอนดอนและนิวยอร์กเป็นศูนย์กลางสำคัญของตลาดทองคำโลก แม้จีนจะมีทองคำอยู่ในมือจำนวนมาก แต่หากราคาทองคำยังอ้างอิงกับตลาดที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของตะวันตก ...จีนก็ไม่มีโอกาสได้ผุดได้เกิดเป็นผู้นำด้านการเงินของโลกแน่

    จีนจึงไม่ได้ต้องการเพียงถือทองคำให้มากที่สุด แต่กำลังสร้างตลาดและระบบชำระเงินที่เชื่อมโยงกับทองคำจริง ...โดยที่มี Shanghai Gold Exchange เป็นองค์ประกอบสำคัญ

    เป้าหมายที่เห็นคือ การสร้างทางเลือกให้ประเทศต่าง ๆ สามารถค้าขายและชำระบัญชีกันโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งดอลลาร์เพียงอย่างเดียว

    อีกเรื่องที่สำคัญคือ rehypothecation ซึ่งหมายถึงการนำทรัพย์สินชิ้นเดียวที่ได้รับมาเป็นหลักประกัน..ไปใช้เป็นหลักประกันต่อ หรือใช้ซ้ำในธุรกรรมอื่นตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

    ในตลาดการเงิน ระบบนี้อาจทำให้สินทรัพย์ก้อนเดียวเชื่อมโยงกับสิทธิเรียกร้องหลายชั้นได้

    ลองนึกภาพว่ามีทองคำแท่งหนึ่งอยู่ในห้องนิรภัย แต่มีเอกสารหรือสิทธิเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับทองคำก้อนนั้นอยู่หลายชุด คนที่ถือเอกสารเหล่านั้นอาจคิดว่าตัวเองมีสิทธิในทองคำ แต่ถ้าทุกคนต้องการรับทองคำจริงพร้อมกัน ก็ต้องกลับมาดูว่าใครมีสิทธิอะไร และทองคำที่มีอยู่จริงเพียงพอหรือไม่

    นี่คือความแตกต่างระหว่างการถือทองคำจริงกับการถือสิทธิเรียกร้องบนระบบการเงิน

    ตลาดทองคำกระดาษในตะวันตกทำให้ปริมาณการซื้อขายและสิทธิเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับทองคำมีขนาดใหญ่กว่าทองคำจริงที่พร้อมส่งมอบมาก

    นี่ฟังดูเหมือนเป็นการฉ้อฉล แต่มันก็มีเหตุผล ...ในตลาดที่มีการขยายตัว มันเป็นการสร้างให้มีซัพพลายมากกว่าดีมานด์ ในส่วนของ collateral ที่สร้าง leverage

    และขณะเดียวกีน ก็อาจสร้างแรงกดดันราคาทองคำในตลาดได้ ซึ่งนับเป็นการบิดเบือนตลาดอย่างหนึ่ง

    อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ออกว่า การมีสิทธิเรียกร้องหลายชั้นไม่ได้หมายความว่าทองคำทุกธุรกรรมถูกนำมาใช้ซ้ำ หรือเป็นหลักฐานในตัวเองว่ามีการกดราคาทองคำอย่างผิดปกติ

    แล้วจีนกำลังเสนออะไรให้ประเทศอื่น?
    ลองดูตัวอย่างน้ำมัน
    สมมติว่าซาอุดีอาระเบียขายน้ำมันให้จีนมูลค่า $1,000 ล้าน แต่จีนต้องการชำระเงินเป็นเงินหยวนแทน

    ปัญหาคือ ซาอุดีอาระเบียจะนำเงินหยวนที่ได้รับไปทำอะไรต่อได้ นอกจากซื้อสินค้าจีน หากไม่ต้องการถือเงินหยวนจำนวนมาก หรือกังวลว่าจะเปลี่ยนกลับเป็นสินทรัพย์อื่นได้ยาก

    แต่หากซาอุดีอาระเบียสามารถนำเงินที่ได้รับไปแลกเป็นทองคำ physical ผ่านระบบรับฝากและชำระบัญชีที่เชื่อมโยงกับตลาดทองคำเซี่ยงไฮ้ ...ก็จะมีทางเลือกมากขึ้นในการรับชำระค่าน้ำมันโดยไม่ต้องเก็บเงินหยวนไว้ทั้งหมด

    แนวคิดการสร้างคลังทองคำในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงบริเวณประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน เพื่อให้การเปลี่ยนจากเงินที่ได้รับไปเป็นทองคำทำได้สะดวกขึ้น

    หากระบบนี้ขยายตัวจริง ประเทศคู่ค้าก็อาจไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างการถือดอลลาร์กับการถือเงินหยวนเพียงสองทาง แต่มีทองคำจริงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

    แน่นอนว่า การมีคลังทองคำหรือระบบซื้อขายทองคำไม่ได้ทำให้ทุกธุรกรรมกลายเป็นการชำระด้วยทองคำโดยอัตโนมัติ และการใช้ระบบนี้จริงยังขึ้นอยู่กับกติกา สภาพคล่อง และความต้องการของคู่ค้าด้วย

    แล้วทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญต่อดอลลาร์?
    ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ความต้องการดอลลาร์และสินทรัพย์ที่เป็นดอลลาร์ช่วยให้สหรัฐ มีข้อได้เปรียบในการระดมทุนและกู้ยืมเงิน

    หากประเทศต่าง ๆ มีทางเลือกในการค้าขายและเก็บเงินสำรองมากขึ้น ความต้องการถือดอลลาร์บางส่วนก็อาจลดลง ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนการกู้ยืมของสหรัฐ ได้ แต่ไม่ได้เกิดขึ้นทันที เพราะดอลลาร์ยังมีบทบาทสำคัญในตลาดการเงินโลก

    หากหนี้สหรัฐ ยังเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนดอกเบี้ยสูงขึ้นเรื่อย ๆ รัฐบาลก็จะเผชิญทางเลือกที่ยากขึ้น และเชื่อว่าการสร้างเงินเพิ่มอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีจัดการภาระหนี้ ซึ่งมีความเสี่ยงทำให้กำลังซื้อของเงินลดลงอีก

    สิ่งที่จีนกำลังทำจึงไม่ใช่การทำให้ดอลลาร์ล่มสลายในชั่วข้ามคืน แต่เป็นการสร้างระบบคู่แข่งที่ค่อย ๆ เปิดทางให้ประเทศต่าง ๆ พึ่งพาดอลลาร์น้อยลง

    ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าจีนมีทองคำมากแค่ไหน แต่คือจีนกำลังสร้างช่องทางให้ทองคำจริงกลับมามีบทบาทในการกำหนดราคาและชำระบัญชีระหว่างประเทศได้มากขึ้นหรือไม่

    เพราะถ้าจีนทำได้สำเร็จ อำนาจในระบบการเงินโลกอาจค่อย ๆ เปลี่ยนไป โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ดอลลาร์ล่มสลายก่อน

    https://www.facebook.com/share/19iNoJp7MT/
     

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...