เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 15 ตุลาคม 2026 เวลา 20:45.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 0 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 0 คน )
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,274
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,278
    ค่าพลัง:
    +27,030
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๙


    ​
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,274
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,278
    ค่าพลัง:
    +27,030
    วันนี้ตรงวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ต้องบอกว่าเป็นวันที่ยากลำบากเหมือนเดิม เนื่องเพราะว่าการงานทุกอย่างก็รัดตัวเข้ามา ถึงขนาดที่จำเป็นจะต้องเลือกว่าจะทำหน้าที่ใดบ้าง

    เนื่องเพราะว่าวันนี้มีการตรวจโครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข สองแห่ง ช่วงเช้านั้นตรวจที่วัดเขาช่องพัฒนาราม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนช่วงบ่ายนั้นตรวจที่วัดท่าเสด็จ อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี

    นอกจากนั้นแล้ว กระผม/อาตมภาพยังต้องไปบรรยายให้แก่ผู้ปฏิบัติธรรมเนื่องในเทศกาลกินเจที่วัดสี่แยกเจริญพร อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม และเข้าประชุมคณะกรรมการตรวจรับงานก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ วิทยาลัยสงฆ์กาญจนบุรี ศรีไพบูลย์

    คราวนี้เมื่อพิจารณาจากงานแล้ว ในด้านของโครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุขนั้น ไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของกระผม/อาตมภาพ เนื่องจากว่าประธานในการตรวจนั้นก็คือ "พระเดชพระคุณพระเทพปริยัติโสภณ, ดร." (ปัญญา วิสุทฺธิปญฺโญ ป.ธ.๙) เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี กระผม/อาตมภาพเพียงแต่ไปให้กำลังใจในฐานะผู้ปกครองระดับสูงของจังหวัด คือที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรีเท่านั้น ก็แปลว่างานโครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข ของจังหวัดกาญจนบุรี ทั้งภาคเช้าและภาคบ่ายนั้นขาดกระผม/อาตมภาพไปก็ไม่เป็นไร

    แต่ว่างานบรรยายธรรมให้แก่ผู้เข้าปฏิบัติธรรมในเทศกาลกินเจของวัดสี่แยกเจริญพรนั้น ถ้ากระผม/อาตมภาพไม่ไป ก็ไม่มีผู้บรรยายธรรมให้ ส่วนในการประชุมเพื่อตรวจรับงานก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ ของวิทยาลัยสงฆ์กาญจนบุรี ศรีไพบูลย์นั้น กระผม/อาตมภาพได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าคณะผู้ควบคุมงาน ก็แปลว่าเป็นหน้าที่ซึ่งไม่สามารถจะขาดไปได้ แล้วก็โชคดีที่ว่ามีการเลื่อนประชุม และท้ายที่สุด ก็เปลี่ยนเป็นการประชุมออนไลน์ เนื่องเพราะว่ามีน้ำท่วมจากภาวะฝนตกหนัก
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,274
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,278
    ค่าพลัง:
    +27,030
    กระผม/อาตมภาพจึงได้เดินทางไปยังวัดสี่แยกเจริญพร ทำการบรรยายให้กับญาติโยมทั้งหลาย ซึ่งมาปฏิบัติธรรมประจำปีเนื่องในเทศกาลกินเจ ตั้งแต่วันที่ ๑๐ - ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๙ ซึ่ง "พระครูเทพ" (พระครูปฐมสาธุวัฒน์) เจ้าอาวาสวัดสี่แยกเจริญพรนั้น ถึงแม้ว่าจะผ่าตัดมาใหม่ ๆ ยังไม่สามารถที่จะนั่งได้ เพราะว่านั่งเมื่อไรก็อาจจะโอยเมื่อนั้น ก็ยังอุตส่าห์ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเข้มแข็ง

    ญาติโยมทั้งหลายซึ่งถ้าหากว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรมทั่ว ๆ ไป ก็ยังคงให้การสนับสนุนทางวัดอย่างเต็มที่ แม้ว่าจำนวนจะลดน้อยลงไปบ้าง ก็คือจากปีก่อน ๒๐๐ กว่าคน มาปีนี้เหลือประมาณ ๑๘๐ กว่าคนเศษ

    กระผม/อาตมภาพได้ชี้แจงให้กับทุกท่านได้ทราบว่า การกินเจนั้นเป็นของดี เพียงแต่ว่าเราต้องทำไปด้วยความเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างแท้จริง ไม่ใช่เห็นว่าตนเองกินเจแล้วคนอื่นไม่ได้กิน เราเป็นคนดี คนสูงส่งกว่า ไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่น ขณะที่คนอื่นเป็นคนเลว ยังอาศัยเลือดเนื้อของสัตว์ไว้หล่อเลี้ยงชีวิตตนเอง ถ้าคิดแบบนี้ก็แปลว่า เรากำลังกินเจด้วยกิเลสนำหน้า ตัณหานำทาง ไม่ใช่การกินเจด้วยความเมตตาต่อสรรพชีวิตอย่างแท้จริง

    และขอให้ทราบว่าหลักการกินเจนั้นไม่มีในพระพุทธศาสนา เนื่องเพราะว่าการกินเจนั้นสืบเนื่องมาจากการที่ราชวงศ์หมิง ทำการกอบกู้แผ่นดินจีนคืนจากราชวงศ์หยวน ซึ่งเป็นมองโกล ในเมื่อมีจุดเด่นของตนเองก็คือผู้ที่ร่วมในการกอบกู้แผ่นดินนั้น ใช้การกินเจเพื่อเรียกร้องความศรัทธาให้คนมาร่วมปฏิบัติการด้วยกัน

    ครั้นเมื่อ "จูหยวนจาง" ได้ขึ้นครองราชย์ ทำการสนับสนุนศาสนา ก็เลยทำให้บรรดานักพรตและพระภิกษุหันมากินเจไปด้วย อยู่ในลักษณะการเอาใจผู้นำ จนกลายเป็นประเพณีสืบ ๆ กันมา อย่างที่กระผม/อาตมภาพไปที่อู่ไถซาน ปรากฏว่าทั้งเมืองกินเจกันหมดโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นในโรงแรม หรือว่าในร้านอาหารของเมืองนั้น ทุกแห่งล้วนแต่บริการอาหารเจทั้งสิ้น

    ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ญาติโยมจึงต้องแยกให้ออกว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้มีการออกระเบียบวินัยให้พระภิกษุ หรืออุบาสกอุบาสิกา ฉันเจกินเจกัน เนื่องเพราะพระองค์เห็นว่าบุคคลทั่ว ๆ ไป นั้น ถ้าหากนับถือพระพุทธศาสนา จะทำบุญใส่บาตร ถ้าเขาไม่ได้ละเว้นเนื้อสัตว์ ก็ต้องทำอาหารเจเพิ่มขึ้นมาอีก สร้างความลำบากแก่ผู้คนเปล่า ๆ
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,274
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,278
    ค่าพลัง:
    +27,030
    องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้กำหนดแต่เพียงว่า "ถ้าเราไม่ได้เห็นว่าเขาฆ่าสัตว์นั้นเพื่อเรา ไม่ได้ยินว่าเขาฆ่าสัตว์นั้นเพื่อเรา ไม่ได้รังเกียจว่าเขาฆ่าสัตว์นั้นเพื่อเรา ก็สามารถที่จะกินเนื้อสัตว์ได้"

    แต่ว่าให้เว้นจากเนื้อสัตว์ต้องห้าม ๑๐ ประการ ก็คือเนื้อมนุษย์ เนื้อสุนัข เนื้อเสือโคร่ง เนื้อเสือเหลือง เนื้อเสือดาว เนื้อราชสีห์ เนื้อช้าง เนื้อม้า เนื้องู เนื้อหมี เหล่านี้เป็นต้น

    ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ขอให้พวกเราเข้าใจให้ถูกต้อง เพราะว่าการกินเจถึงเป็นของดีก็ตาม แต่ถ้าวางกำลังใจผิดอย่างหนึ่ง และสับสนปนเประหว่างคำสอนในเถรวาทกับมหายานอีกอย่างหนึ่ง ถ้าเราแยกแยะไม่ออกก็จะกลายเป็นสัทธรรมปฏิรูป ท้ายที่สุดก็จะสร้างความเสียหายให้กับพระพุทธศาสนาด้วยตัวพวกเราเอง

    ครั้นเมื่อบรรยายจบ "ท่านพระครูเทพ" และคณะศิษย์ก็ถวายปัจจัยไทยธรรมมา กระผม/อาตมภาพรับมาแค่กระเช้าใบเดียว ส่วนที่เหลือมอบคืนให้ "ท่านพระครูเทพ" เพื่อเอาไว้ใช้จ่ายในงานนี้ อนุโมทนากับทุกท่านแล้วก็เดินทางเข้าสู่ที่พัก

    หลังจากที่ฉันเพลแล้วก็รอการประชุมออนไลน์ในภาคบ่าย ซึ่งในเรื่องของการประชุมนั้นก็มีการแก้ไขปรับลดวัสดุต่าง ๆ ในการก่อสร้าง ซึ่งจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมการก่อสร้างเสียก่อน จึงมีการทักท้วงกันขึ้นมา เพราะว่าราคาที่ปรับลดนั้นอยู่ในหลักพันบาท ทางผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นคณะกรรมการอยู่ จึงได้คิดพื้นที่เป็นตารางเมตร แล้วก็แสดงให้เห็นว่า ถ้าราคาต่อตารางเมตรเท่านี้ ในเมื่อปรับลดขนาดลงไปเท่าไร ก็ต้องลดลงไปในจำนวนเท่านั้น
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,274
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,278
    ค่าพลัง:
    +27,030
    กระผม/อาตมภาพจึงแจ้งว่าให้เป็นวาระสืบเนื่องในการประชุมครั้งต่อไป ให้ทางบริษัทรับเหมาแสดงตัวเลขที่ถูกต้องและชัดเจนมาก่อน เพื่อที่ทางวิทยาลัยสงฆ์จะได้ส่งไปขออนุมัติจากคณะกรรมการส่วนกลางด้วย เพราะว่าการปรับปรุงแก้ไขแบบต่าง ๆ นั้น ถ้าไม่ได้รับการอนุมัติจากส่วนกลางและคณะกรรมการควบคุมการก่อสร้างในพื้นที่แล้ว ขืนทำไป ถ้ามีการตรวจสอบ ก็จะต้องมีผู้ที่ทำผิดในการแก้ไขกันเป็นระนาวเลยทีเดียว

    แล้วก็ยังมีการแก้ไขในส่วนของรางระบายน้ำ การอนุมัติในการใช้วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งกระผม/อาตมภาพก็ทักท้วงไปในเรื่องที่วางกระดาษชำระในห้องน้ำว่าเป็นระบบเปิด แต่ว่าเรามีการติดตั้งฝักบัวด้วย ควรที่จะเป็นที่วางกระดาษชำระในลักษณะของการปิดกันน้ำได้ด้วย เป็นต้น

    ในระหว่างที่ประชุมนั้น ร่างกายก็ประท้วงสุดชีวิต ต้องวิ่งเข้าห้องน้ำ ๔ รอบ ๕ รอบ เนื่องเพราะว่ามาลาเรียลงกระเพาะ ผู้อื่นก็คงไม่เห็นสภาพอันทุลักทุเลของหัวหน้าคณะกรรมการควบคุมงานครั้งนี้ เนื่องเพราะว่าถึงเวลาก็ทำหน้าที่ของตนเองไป แล้วขณะเดียวกัน ก็ปล่อยให้ร่างกายทำหน้าที่ตามข้อเรียกร้องโรคภัยไข้เจ็บไปด้วย ถ้าคนอื่นทราบเข้าอาจจะสงสัยว่า ป่วยขนาดนี้ยังทำหน้าที่หน้าตาเฉย

    ก็ขอบอกว่ากระผม/อาตมภาพนั้นถือคติที่ว่า ถ้ามีหน้าที่ก็ต้องทำให้ดีที่สุด เมื่อเต็มที่แล้วของเราแล้ว ถ้าหากว่าเกิดผลดีหรือว่าผลร้ายเท่าไรก็ยอมรับตามนั้น แล้วในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ทำหน้าที่แค่วันนี้เท่านั้น ก็คือไม่เคยคิดว่าจะมีชีวิตอยู่ถึงพรุ่งนี้ ชาตินี้มีอายุอยู่มาจนอายุ ๖๘ ปี ถือว่ากำไรแล้วกำไรอีก เพราะว่าถ้าเป็นไปตามกำหนดเดิม ก็คือหมดอายุตั้งแต่ ๒๗ ปี และเมื่อดูย้อนหลังไปเป็นสิบ ๆ ชาติ แต่ละชาติก็ไม่เคยมีอายุถึง ๕๐ ปี อายุยืนที่สุด ๔๐ ปีกว่าก็เสียชีวิตแล้ว
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,274
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,278
    ค่าพลัง:
    +27,030
    เนื่องเพราะว่าเป็นทหารรบราฆ่าฟันประหัตประหารผู้อื่นมาทุกชาติ เศษกรรมปาณาติบาตจึงมาตัดรอนให้อายุสั้นพลันตาย บางชาติแค่ ๔ ขวบ ๕ ขวบ ก็ตายแล้ว บางชาติ ๑๑ - ๑๒ ขวบ กำลังย่างเข้าวัยรุ่นก็ตาย ชาติไหนอายุยืนมาได้ถึงขนาด ๓๐ - ๔๐ ปีก็ถือว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์

    มาชาตินี้ แบกโรคภัยไข้เจ็บเต็มตัวด้วยเศษกรรม ยังอุตส่าห์มีการยืดอายุของตนเองมาจนถึง ๖๐ กว่าปี ต้องบอกว่ากำไรแล้วกำไรอีก อยู่ไปวันหนึ่งก็พยายามสร้างคุณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาไปวันหนึ่ง อยู่ไปวันหนึ่งก็อนุเคราะห์สงเคราะห์ญาติโยมไปวันหนึ่ง ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้ลืมตาตื่นมาเห็นพระอาทิตย์ในวันรุ่งขึ้น

    จึงขอให้ญาติโยมทั้งหลายที่ฟังเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ได้ทำใจล่วงหน้าไปเลยว่า "ถ้าวันใดวันหนึ่ง เสียงธรรมนี้ขาดหายไปเฉย ๆ ก็ไม่ต้องสงสัย เนื่องเพราะว่าถ้าไม่ใช่ติดภารกิจสำคัญจนกระทั่งไม่สามารถบันทึกเสียงได้ ก็แปลว่าผู้บันทึกเสียงได้พ้นหน้าที่ไปแล้วนั่นเอง"

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้


    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...