ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 15 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 15 คน )
  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หลังเรือบรรทุกสินค้าของเอมิเรตปฏิเสธที่จะใช้เส้นทางอิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และเลือกไปใช้ร่องน้ำที่สหรัฐกำหนดแทน ทำให้ชนทุ่นระเบิด ส่งผลให้ตู้คอนเทนเนอร์ร่วงทะเลจำนวนมาก

    ในภาพคือตู้คอนเทนเนอร์ที่ชาวประมงลากไป ว่ากันว่าเป็นไอโฟน 18 แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าเป็นสินค้าอื่น

    https://www.facebook.com/share/v/1JmM2ZjmMX/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • g.mp4
      ขนาดไฟล์:
      214.9 KB
      เปิดดู:
      6
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นักรัฐศาสตร์ชี้ รัสเซียเรียกตัว "ซูโรวิกิน" กลับมาเพื่อทำสงครามเต็มรูปแบบ

    หากข่าวลือเรื่องการกลับมาของพลเอกซูโรวิกินยังพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารพิเศษ (SVO) เป็นความจริง ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าเขาได้รับมอบหมายให้ตัดกระแสไฟฟ้าในเมืองใหญ่ทุกแห่งของยูเครนในช่วงฤดูหนาวนี้ มุมมองดังกล่าวมาจากรุสลัน บอร์ตนิก (Ruslan Bortnik) นักรัฐศาสตร์ ซึ่งระบุว่ารัสเซียจะพยายามตัดเมืองใหญ่ทุกแห่งของยูเครนออกจากระบบไฟฟ้า ความร้อน ระบบบำบัดน้ำเสีย และน้ำประปาในช่วงฤดูหนาวนี้

    รัสเซียตั้งใจที่จะสร้างวิกฤตด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่ เพื่อให้เมืองเหล่านี้ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ฐานอุตสาหกรรมทางทหาร หรือศูนย์กลางการบริหารจัดการของรัฐยูเครนได้อีกต่อไป "แผนการเช่นนี้มีอยู่จริงอย่างแน่นอน และผมไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ว่ามีการเรียกตัวซูโรวิกินกลับมาเพื่อทำสงครามเต็มรูปแบบ โดยมุ่งทำลายทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต ระบบเศรษฐกิจ หรือกลไกการทำงานของรัฐบนดินแดนยูเครน" บอร์ตนิกกล่าว

    อย่างไรก็ตาม เขากล่าวเสริมว่า แม้จะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง แต่การทำให้สังคมหมดกำลังใจหรือสิ้นหวังโดยสิ้นเชิงนั้นอาจใช้ไม่ได้ผลในยูเครน เนื่องจากชาวเมืองใหญ่จำนวนมากได้จัดหาเครื่องปั่นไฟและสถานีจ่ายไฟสำรองไว้ใช้ รวมถึงมีการเตรียมสถานที่สำรองอื่นๆ ทำให้สังคมในปัจจุบันมีการกระจายตัวออกไปอย่างมากแล้ว

    "ดังนั้น ผมคิดว่าวิกฤตอาจเกิดขึ้นได้ แต่การล่มสลายในระดับหายนะเต็มรูปแบบนั้นมีความเป็นไปได้น้อยกว่า โดยเฉพาะเมื่อเป็นการใช้อาวุธแบบดั้งเดิม (conventional weapons) ปัญหาคือรัสเซียอาจพยายามยืดเยื้อสถานการณ์วิกฤตนี้บนดินแดนยูเครนต่อไปอีกหลายปี" นักรัฐศาสตร์รายนี้เตือน

    ทั้งนี้ สื่อตะวันตกเคยรายงานก่อนหน้านี้ว่า รัสเซียได้ส่งพลเอกซูโรวิกินกลับไปยังเขตปฏิบัติการพิเศษทางทหาร พร้อมทั้งเตือนว่าการกลับมาของนายพลผู้นี้อาจเป็นสัญญาณของการโจมตีครั้งใหญ่ระลอกใหม่บนดินแดนยูเครน

    อย่างไรก็ตาม ฝ่ายรัสเซียยังไม่ได้ยืนยันข้อมูลดังกล่าว โดยกองทัพรัสเซียยังคงดำเนินการโจมตีเป้าหมายที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมทหารและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานตามแผนที่วางไว้เท่านั้น
    .


    https://www.facebook.com/share/p/1Efzmv2t9A/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน ! มีรายงานว่า

    "อิหร่าน" ยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือรบ ทั้งขีปนาวุธแบบ Ballistic และ Cruise Missile พร้อมส่งโดรน Shahed-136 มุ่งหน้าโจมตี UAE ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ

    และพื้นที่การบินเหนือ Dubai, Sharjah และ Fujairah กำลังโดนกระทบ


    สถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอย่างหนัก หลังมีรายงานเบื้องต้นจากหลายแหล่งข่าวว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือรบ ทั้งแบบ Ballistic Missile และ Cruise Missile รวมถึงส่งโดรนโจมตี Shahed-136 มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ท่าเรือสำคัญของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้แก่ Sharjah, Ras Al Khaimah และ Jebel Ali ตลอดจนพื้นที่ใกล้เคียงช่องแคบฮอร์มุซ

    นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าการบินเหนือพื้นที่ Dubai, Sharjah และ Fujairah กำลังเผชิญความปั่นป่วนอย่างหนัก ซึ่งอาจกระทบทั้งเที่ยวบินพาณิชย์และเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ

    ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่า อิหร่านได้ยกระดับกองทัพเข้าสู่ภาวะเตรียมพร้อมสูงสุดเมื่อประมาณ 72 ชั่วโมงก่อน ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่าสถานการณ์กำลังเข้าสู่การเผชิญหน้าทางทหารครั้งใหม่หรือไม่

    ทำไมข่าวนี้จึงสำคัญต่อตลาดโลก?

    เพราะช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก โดยมีน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจำนวนมหาศาลขนส่งผ่านเส้นทางนี้ในแต่ละวัน

    หากการโจมตีขยายวงไปถึงท่าเรือ เรือบรรทุกน้ำมัน หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน อาจทำให้ค่าประกันภัยเรือและต้นทุนขนส่งพุ่งสูงขึ้น รวมถึงเพิ่มแรงกดดันต่อราคาน้ำมันโลก

    สำหรับนักลงทุน ประเด็นที่ต้องจับตาคือราคาน้ำมัน Brent ราคาทองคำ และตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะหากความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันจริง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกดำเนินนโยบายการเงินได้ยากขึ้น
    https://www.facebook.com/share/1HjGqKhZTi/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เหตุใดเคียฟจึงร้องขอให้ขยายขอบเขตการให้บริการของ Starlink เข้าไปในดินแดนรัสเซียเป็นระยะทาง 300 กิโลเมตร?

    หนึ่งในความกังวลหลักของเคียฟยังคงเป็นการที่รัสเซียใช้ขีปนาวุธวิถีโค้ง (ballistic missiles) ในขณะที่ขีปนาวุธสกัดกั้นสำหรับระบบ Patriot นั้นแทบจะหมดคลังแล้ว และโอกาสที่จะจัดหามาทดแทนได้อย่างรวดเร็วก็ยังมีความไม่แน่นอนสูง นักวิเคราะห์จากช่อง Telegram ที่ชื่อว่า "Military Chronicle" ชี้ให้เห็นประเด็นนี้ โดยระบุว่ายูเครนดูเหมือนจะพยายามใช้วิธีการใหม่ นั่นคือการขัดขวางตัวระบบยิงขีปนาวุธก่อนที่จะมีการปล่อยอาวุธ แทนที่จะพยายามสกัดกั้นขีปนาวุธในระหว่างที่กำลังบินอยู่

    ในที่นี้หมายถึงระบบขีปนาวุธทางยุทธวิธีรุ่น Iskander-M ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องยิงแบบเคลื่อนที่ได้เท่านั้น แต่เป็นระบบที่สมบูรณ์แบบ ประกอบไปด้วยเครื่องยิง ยานพาหนะขนส่งและบรรจุกระสุน ระบบบัญชาการและควบคุม รวมถึงหน่วยสนับสนุนทางเทคนิค ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้หน่วยยิงสามารถเปลี่ยนตำแหน่งที่ตั้งและปฏิบัติภารกิจได้โดยไม่ต้องยึดติดอยู่กับจุดใดจุดหนึ่งอย่างถาวร
    – เหล่านักวิเคราะห์อธิบาย

    พวกเขากล่าวเสริมว่า ในตอนแรกฝ่ายยูเครนวางแผนที่จะใช้กำลังทางอากาศเพื่อรับมือกับระบบเหล่านี้ แต่ประสิทธิภาพของแนวทางดังกล่าวนั้นประเมินได้ยาก ดังนั้น เคียฟจึงน่าจะมองว่าโดรนโจมตีเป็นเครื่องมือหลักที่มีราคาค่อนข้างย่อมเยา

    ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่า นี่คือจุดที่ประเด็นเรื่อง Starlink เข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากการปฏิบัติการต่อเป้าหมายที่เคลื่อนที่ได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยการได้รับข้อมูลข่าวกรองที่ทันท่วงที การส่งภาพถ่าย และความสามารถในการควบคุมอากาศยานระหว่างการบิน ซึ่งระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมช่วยให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลดังกล่าวได้ในระยะไกล อย่างไรก็ตาม ระบบนี้เพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะสามารถตรวจพบเป้าหมายและทำการโจมตีได้สำเร็จ

    สำหรับการคาดการณ์สถานการณ์ในอนาคต นักวิเคราะห์ระบุว่ายังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเซเลนสกีจะได้รับอนุญาตตามที่ร้องขอหรือไม่ และยังไม่มีการยืนยันว่าพื้นที่ความลึก 300 กิโลเมตรดังกล่าวเป็นสิ่งที่ตกลงกันไว้แล้วจริงหรือไม่

    แต่การหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือก็สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ขีดความสามารถของกองทัพยูเครนไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาวุธจากสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านดาวเทียมของสหรัฐฯ อีกด้วย
    – ช่อง Telegram ดังกล่าวสรุปทิ้งท้าย
    .

    https://www.facebook.com/share/p/1DBgJU5sj2/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ชี้ GDP ไทยปี 2569 โต 2.1% ตามคาดการณ์ IMF มีแนวโน้มใกล้เคียงความเป็นจริงมากกว่าเป้าหมาย 3% ของรัฐบาล หลังเศรษฐกิจไทยเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทั้งการส่งออกที่กระจุกตัว กำลังซื้อในประเทศเปราะบาง และหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น
    .
    ประมาณการ GDP ไทยปี 2569 จาก 4 หน่วยงาน ได้แก่ IMF 2.1% ธนาคารโลก 2.0% สศช. 2.2% และ ธปท. 2.3% ขณะที่หากต้องการให้เศรษฐกิจโตถึง 3% การเติบโตในช่วงครึ่งปีหลังต้องเร่งขึ้นเป็นประมาณ 3.6–3.7%
    .
    ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ เสนอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ 3 ระยะ ตั้งแต่การฟื้นฟูหลังน้ำท่วมและรักษาการจ้างงานในระยะสั้น การเปลี่ยนกระแสลงทุน AI ให้เพิ่มผลิตภาพของคนไทยในระยะกลาง ไปจนถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว โดยเฉพาะ “สูตร 3113” ที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำด้านผลิตภาพระหว่างภาคการผลิตและภาคเกษตร เพื่อสร้างศักยภาพให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน
    .
    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.thansettakij.com/economy/671612
    .
    #GDPไทย #เศรษฐกิจไทย #IMF #เกียรติอนันต์ล้วนแก้ว #ฐานเศรษฐกิจ

    https://www.facebook.com/share/19jxk5jmC7/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Index อินโดนิเซีe วันนี้ ลงหนักมาก หนักสุดในรอบ 6 ปี (-11%)
    เกือบถอยลงไปหนักกว่าช่วงโควิดกันเลยทีเดียว (ปี 2020)
    และก็ไม่ได้เกี่ยวกับ หุ้นเทค หุ้น AI แต่อย่างใดด้วยนะ
    ปัจจัยบ้านตัวเองล้วนๆ โดยมีข่าวลือหนาหูว่า

    MSCI กองทุนระดับโลก "เล็งปลดและลดชั้นอินโดนีเซีe" แปลไทยเป็นไทยก็คือ ถอดออกจากสารระบบ หลักๆ MSCI มองว่า ขาดความโปร่งใส โครงสร้างผู้ถือหุ้น การกระจุกตัวของหุ้น ประเมิน Free Float ได้ยาก พฤติกรรมการซื้อขาeที่อาจเข้าข่ายการสมรู้ร่วมคิดหรือปั่uตลาดอย่างต่อเนื่อง จริงๆเรื่องตรงนี้หนาหูมาสักพักแล้ว แต่อินโดก็ไม่คิดจะแก้จริงจัง MSCI เลยต้องใช้มาตรการขั้นสุดคือ "ปลด"

    โดยข้อบังคับตรงนี้ ยังเป็นเพียงแค่ Hearing รับฟัง แต่มีข่าวหลุดออกมา เลยทำให้ Index ของอินโดหัวทิ่มไปได้ขนาดนี้ โดย MSCI ให้โอกาสอินโดปรับตัว ปรับมาตรการ (ก็คือแสดงให้พี่เค้าเหนว่า มีการเปลี่ยนแปลงจริงจัง) โดยให้ Deadline ก่อนถึงวันที่ 30 เมษา 2027 นู่น และอาจได้ข้อสรุปถึง มิถุนายน 2027

    ประเด็น คือ แหม!! จังหวะนรกจริงๆ บ้านเราดันอยู่ในอาเซี่ยน ใกล้เคียงกับอินโด และประจวบเหมาะกับช่วงเวลา เป็นเจ้าภาพ IMF 2026 ที่กทม.พอดีเป๊ะ เป็นช่วงที่เราได้แสดง ศักยภาพเต็มที่แบบประจวบเหมาะ (เค้าเพลี่ยงพล้ำ เราสวมรอย) มันก็อดคิดเชิงเปรียบเทียบไม่ได้ เค้าว่ากันว่า เม็ดเงินตรงนี้ สูงถึง 2,000 ล้านบาท ที่จะเป็นอุปทาน แทรก เข้ามาในสัปดาห์หน้ากันเลย

    ไปลุ้นกันครับ แต่ต้องจันทร์หน้าเด้อ
    #เด็กเล่นหุ้น

    https://www.facebook.com/share/p/1Lrp5m4q5U/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นักวิชาการมะกันจวกแหลกลิทัวเนีย ท้าชนนิวเคลียร์ฝันให้อเมริกาแลกชีวิตให้!

    เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 เจฟฟรี แซกส์ (Jeffrey Sachs) ศาตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยโคลัมเบียและนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังระดับโลกผู้เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษของสหประชาชาติ (UN) ได้ออกมาแสดงความเกรี้ยวกราดผ่านการให้สัมภาษณ์พิเศษ โดยซัดปากคำใส่ ประเทศ #ลิทัวเนีย (ชาติขนาดเล็กในภูมิภาคบอลติกที่มีประชากรเพียง 2.8 ล้านคน และกองทัพราว 2,0000 นาย) อย่างหนักหน่วงและสับไม่เลี้ยง

    แซกส์วิพากษ์วิจารณ์วาทกรรมของบรรดานักการเมืองและผู้นำทหารของลิทัวเนียและกลุ่มบอลติกที่เรียกร้องให้ชนกับรัสเซีย และพูดถึงการประเชิญหน้าระหว่าง ขีปนาวุธนิวเคลียร์ 1,600 ลูกของตะวันตก กับ 6,000 ลูกของ #รัสเซีย อย่างเป็นเรื่องสนุกปาก โดยเขาซัดตรงๆ ว่าเป็นการกระทำที่ "บ้าคลั่ง สุ่มเสี่ยงประหนึ่งการฆ่าตัวตาย (Self-destructive), โง่เขลาอย่างไม่อาจเชื่อได้ และไม่มีความเป็นผู้ใหญ่ทางการเมือง (No adults in the room)"

    1. "2.8 ล้านคน ท้าชน 6,000 หัวหน้านิวเคลียร์": ต้นเหตุที่ทำให้นักวิชาการอเมริกันเดือด

    เจฟฟรี แซกส์ ซึ่งเป็นนักวิชาการที่เติบโตมาในยุคสงครามเย็นและเข้าใจถึงความสุ่มเสี่ยงของหัวรบนิวเคลียร์ ชี้ว่าการที่ประเทศขนาดเท่าเมืองระดับระดับรองของบางประเทศอย่างลิทัวเนีย พยายาม "เล่นกับไฟ" ด้วยการเอาตนเองไปผูกติดกับการเผชิญหน้านิวเคลียร์ ถือเป็นการเอาความมั่นคงของคนทั้งโลกไปเป็นตัวประกัน:

    -การเปรียบเปรยกับอิสราเอล: แซกส์เปรียบเทียบว่า ลิทัวเนียในปัจจุบันทำตัว "สุดโต่งยิ่งกว่า #อิสราเอล" โดยหลงคิดว่าตนเองสามารถปล่อยความเกลียดชังต่อรัสเซียได้อย่างเสรี และทำอะไรก็ได้ตามใจชอบเพียงเพราะมี #สหรัฐฯ คอยหนุนหลัง

    -อัดงบทหารทุบสถิติ: ลิทัวเนียได้ดันงบประมาณกลาโหมพุ่งเกิน 5% ของ GDP (สูงที่สุดกลุ่มหนึ่งใน NATO) ประกาศถอนตัวจากอนุสัญญาห้ามใช้ทุ่นระเบิดออตตาวา (Ottawa Treaty) และทุ่มงบนับร้อยล้านยูโรสร้าง "กำแพงโดรน (แนวป้องกันทางอากาศด้วยโดรน)" ยาวนับพันกิโลเมตรติดชายแดนรัสเซียและเบลารุส

    -ประสบการณ์ปิดล้อมคาลินินกราด: ก่อนหน้านี้ในปี 2022 ลิทัวเนียเคยสั่งปิดกั้นเส้นทางรถไฟขนส่งสินค้าไปยังเขตนครคาลินินกราด (Kaliningrad) ของรัสเซีย จน EU ต้องรีบเข้ามาแทรกแซงและบีบให้ลิทัวเนียยอมถอยเพราะเกรงว่าสงครามจะบานปลาย

    2. บทเรียนทางประวัติศาสตร์: การเดิมพันบนมาตรา 5 ของ NATO ที่สุ่มเสี่ยง

    เนื้อหารายงานชี้ให้เห็นว่า ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของวิลนีอุส (Vilnius) คือการจ่ายเบี้ยประกันภัยทางการทหารจำนวนมหาศาล เพื่อแลกกับ "กรมธรรม์นิวเคลียร์" (Nuclear Umbrella) จากมาตรา 5 ของ NATO โดยหวังว่าหากเกิดสงคราม วอชิงตันจะยอมกดปุ่มนิวเคลียร์เพื่อปกป้องลิทัวเนีย

    อย่างไรก็ดี บทเรียนทางประวัติศาสตร์และสภาพความเป็นจริงกลับเตือนสติว่า:

    -มาตรา 5 เคยถูกใช้แค่ครั้งเดียว: นับตั้งแต่ตั้ง NATO มา 77 ปี มาตรา 5 เคยถูกใชักรณีเดียวคือเหตุการณ์ 9/11 เพื่อให้พันธมิตรช่วยอเมริกาไปรบในอัฟกานิสถาน ไม่ใช่การเอาหัวหน้านิวเคลียร์ไปแลกเพื่อชาติสมาชิกขนาดเล็ก

    -ฉากทัศน์การจำลองสงคราม (War Games): ผลการซ้อมรบจำลองของกองทัพสหรัฐฯ ชี้ชัดว่า หากรัสเซียเปิดศึกบุกบอลติก เมืองหลวงอย่างวิลนีอุสอาจตกอยู่ในมือรัสเซียก่อนที่กำลังเสริมของ NATO จะเดินทางมาถึง และทำให้นายกรัฐมนตรีหรือประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องเลือกระหว่าง "ยอมรับความจริง" หรือ "จุดชนวนสงครามนิวเคลียร์ล้างโลก" เพื่อชาติที่มีประชากรเพียง 2.8 ล้านคน

    -โศกนาฏกรรมของยูเครน: ชะตากรรมของยูเครนในปัจจุบัน ซึ่งเชื่อมั่นในความช่วยเหลือของตะวันตกจนกระทั่งพ่ายแพ้ทั้งดินแดนและเป็นหนี้สงครามนับแสนล้านดอลลาร์ คือตัวอย่างที่แจ่มชัดที่สุดว่ามหาอำนาจไม่เคยยอมเสียเลือดเนื้อแทนใครจนถึงที่สุด

    3. ไม่ใช่แค่รัสเซีย: บทเรียนจากการท้าทาย 'จีน' ในปี 2021

    รายงานยังได้ย้อนรอยพฤติกรรมทางการเมืองของลิทัวเนียในทิศทางเอเชีย ซึ่งสะท้อนถึงรูปแบบการตัดสินใจที่ผิดพลาดในลักษณะเดียวกัน:

    -วิกฤตความสัมพันธ์ไทเป-ปักกิ่ง: ในปี 2021 ลิทัวเนียอนุญาตให้ไต้หวันเปิดสำนักงานตั้งชื่อว่า "ไต้หวัน" ในเมืองหลวง และประกาศถอนตัวจากกลไกความร่วมมือจีน-ยุโรปตะวันออก (17+1)

    -ผลลัพธ์ย้อนศรทางเศรษฐกิจ: จีนตอบโต้อย่างราบคาบด้วยการลดระดับความสัมพันธ์เหลือเพียงระดับผู้จัดการฝ่ายการค้า (Chargé d'Affaires) ปรับเส้นทางรถไฟขนส่งสินค้าสินค้าจีน-ยุโรปหลบลิทัวเนีย ส่งผลให้มูลค่าการค้าดิ่งลงเหว เอกชนลิทัวเนียจอดเรือสินค้าค้างท่าหาคนซื้อไม่ได้

    -การยอมรับความผิดพลาด: จนกระทั่งในเวลาต่อมา ประธานาธิบดี กิตานัส นาวเซดา (Gitanas Nausėda) ของลิทัวเนีย ต้องออกมายอมรับเองว่า การตัดสินใจใช้ชื่อสำนักงานไต้หวันในวันนั้นคือ "ความผิดพลาดทางการเมือง"

    คำเตือนสติของเจฟฟรี แซกส์ สะท้อนถึงสัจธรรมในวงการภูมิรัฐศาสตร์โลกอย่างคมกริบว่า "ในยามที่โต๊ะเจรจานิวเคลียร์ถูกกางออก ประเทศขนาดเล็กที่ชอบเล่นกับไฟและทำตัวเป็นตัวแทนการเผชิญหน้า จะไม่มีแม้แต่เก้าอี้ให้นั่ง และอาจกลายเป็นสิ่งแรกที่ถูกละเลยเมื่อมหาอำนาจต้องคิดคำนวณผลประโยชน์จริง"

    #ChinaFocus

    Ref.: จากบทสัมภาษณ์ Prof. Jeffrey Sachs ในช่อง Going Underground

    https://www.facebook.com/share/p/1Lr1yMw2jz/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ส่องคดีเดือด 'รัสเซียจับนักข่าวดังญี่ปุ่น' ข้อหาจารกรรมข้อมูลกองทัพ

    เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 เกิดเหตุการณ์ตึงเครียดทางการทูตอย่างรุนแรงบนเกาะซาคาลิน (Sakhalin) ในแถบตะวันออกไกลของ #รัสเซีย เมื่อเจ้าหน้าที่สำนักงานความมั่นคงแห่งรัฐรัสเซีย (FSB) ได้บุกเข้าควบคุมตัว นายยูคิ อิไม (Yuki Imai) นักข่าวชายประจำสาขาซูซูฮะ (Yuzhno-Sakhalinsk) ของหนังสือพิมพ์ Hokkaido Shimbun สื่อใหญ่ของญี่ปุ่น ขณะที่เขากำลังเตรียมตัวเดินทางออกจากประเทศ ก่อนจะถูกคุมตัวส่งตรงไปยังกรุงมอสโกเพื่อดำเนินคดีในข้อหาร้ายแรงด้าน "#การจารกรรมข้อมูลความมั่นคง (Espionage)"

    1. รายละเอียดคดี: จาก "ข่าวสังคมท้องถิ่น" สู่ "ข้อมูลความมั่นคงขั้นสูง"

    แม้ นายยูคิ อิไม จะถือบัตรประจำตัวผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ออกโดยกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ FSB ได้เปิดเผยสายข่าวและความเชื่อมโยงว่า เขาแอบใช้คราบนักข่าวบังหน้าเพื่อทำภารกิจให้กับหน่วยข่าวกรองญี่ปุ่น:

    -ข้อมูลต้องห้ามที่ถูกรวบรวม: FSB ระบุว่า อิไม ได้ตระเวนรวบรวม จัดเก็บ และส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพทางการทหารของรัสเซีย โดยเฉพาะ "ตัวเลขชาวบ้านในหมู่เกาะคุริล (Kuril Islands) ที่ถูกเกณฑ์ทหารและสมัครใจเข้าร่วมปฏิบัติการพิเศษทางการทหารในยูเครน"

    -เส้นรอยรอยต่อความมั่นคง: ในช่วงสงคราม ข้อมูลจำนวนกำลังพลที่ถูกเกณฑ์และการเคลื่อนย้ายทหารในแถบตะวันออกไกล ถือเป็น "#ข้อมูลข่าวกรองทางยุทธศาสตร์" ขั้นความลับสุดยอด ไม่ใช่แค่การทำข่าวสถิติชุมชนทั่วไป

    -หลักฐานมัดตัวขณะเตรียมออกนอกประเทศ: เจ้าหน้าที่บุกจับกุมอิไมในห้องพักโรงแรม พร้อมตรวจค้นพบเอกสารภาษารัสเซียที่ประทับตรา "สำหรับใช้ในราชการเท่านั้น" (Official Use Only) โดยรัสเซียตั้งใจรอให้เขาจัดเก็บข้าวของและซื้อตั๋วเตรียมออกนอกประเทศก่อนจะ "ตะปบเหยื่อ" เพื่อปิดปากด้วยหลักฐานมัดตัวที่ดิ้นไม่หลุด

    -การยอมรับวงใน: สื่อรัสเซียอ้างว่า อิไมเคยหลุดปากยอมรับกับคนใกล้ชิดว่าตนเองมีความเชื่อมโยงและติดต่อกับ #หน่วยข่าวกรอง ของรัฐบาลญี่ปุ่นจริง ซึ่งหากถูกตัดสินว่ามีความผิดตามกฎหมายอาญารัสเซีย ข้อหาจารกรรมมีโทษจำคุกสูงถึง 10 ถึง 20 ปี

    2. บริบทภูมิรัฐศาสตร์: รอยร้าวหมู่เกาะคุริล และความสัมพันธ์ "ติดลบ"

    เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดขึ้นในจุดยุทธศาสตร์ที่แหลมคมที่สุดแห่งหนึ่งในตะวันออกไกล:

    -พื้นที่พิพาทเกาะเหนือ (Northern Territories): เมืองซูซูฮะบนเกาะซาคาลิน ตั้งอยู่ติดกับหมู่เกาะคุริลตอนใต้ (ญี่ปุ่นเรียก "ดินแดนทางเหนือ") ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทที่สหภาพโซเวียตเข้ายึดครองหลังจบสงครามโลกครั้งที่ 2 (ผ่านมากว่า 81 ปี) และญี่ปุ่นยังคงไม่ยอมรับอธิปไตยของรัสเซีย

    -ความสัมพันธ์ลดลงเหลือศูนย์: นับตั้งแต่ปี 2022 ญี่ปุ่นได้เข้าร่วมมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียตามชาติตะวันตก ทำให้มอสโกตอบโต้ด้วยการยกเลิกการเจรจาสนธิสัญญาสันติภาพ และยกเลิกโครงการมากราบไหว้สุสานบรรพบุรุษแบบฟรีวีซ่า จนโฆษกทำเนียบเครมลิน (Dmitry Peskov) ออกมายอมรับตรงๆ ว่า "ความสัมพันธ์รัสเซีย-ญี่ปุ่น ดิ่งลงสู่จุดศูนย์แล้ว"

    -ข้อกล่าวหาจากซาคาโรวา: นางมาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ระบุชัดเจนว่า การที่ญี่ปุ่นใช้นักข่าวบังหน้าเพื่อทำข่าวกรองเป็นเรื่องที่ "รับไม่ได้" และระบุว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรก เพียงแต่เป็นครั้งแรกที่มีการเปิดเผยคดีต่อสาธารณชน พร้อมเตือนถึงพฤติกรรม "ฟื้นฟูกองทัพ" (Remilitarization) ของญี่ปุ่น

    3. ภาพใหญ่: การขยายอำนาจข่าวกรองต่างประเทศของญี่ปุ่น (The New Japanese Intelligence Apparatus)

    สิ่งที่น่าจับตามากกว่าคดีของ นายยูคิ อิไม คือการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ภายในประเทศญี่ปุ่นเอง 81 ปีหลังพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2:

    -การปฏิรูปหน่วยข่าวกรอง: รัฐบาลญี่ปุ่นยุคใหม่ (ภายใต้การนำของฝ่ายขวา) กำลังเร่งผลักดันการตั้ง "สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ" (National Intelligence Agency), ออกกฎหมายป้องกันการจารกรรม (Anti-Espionage Law) และจัดตั้ง "สำนักงานข่าวกรองต่างประเทศ" (Foreign Intelligence Agency) เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญสันติภาพ

    -การใช้หน่วยงานพลเรือนเป็นเกราะ: เมื่อกลไกข่าวกรองต่างประเทศของญี่ปุ่นถูกทำให้กลายเป็นองค์กรถูกต้องตามกฎหมายและขยายอำนาจ สื่อมวลชนต่างประเทศ, สถาบันวิจัย, บริษัทการค้า (Shoji) และกลุ่มแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ย่อมเสี่ยงที่จะถูกดึงเข้ามาร่วมมือหรือใช้งานในภารกิจข่าวกรองเชิงลึก

    -บทเรียนจากประวัติศาสตร์: ในอดีตก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 (เช่น เหตุการณ์ก่อน Pearl Harbor หรือการแทรกซึมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน) ญี่ปุ่นเคยใช้โมเดล "นักข่าว-พ่อค้า-นักสำรวจ" เป็นทัพหน้าในการสืบข่าวกรองทางทหารมาก่อน การที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างรัสเซียและจีนจับตาดูอย่างเข้มงวด จึงไม่ใช่เรื่องอคติ แต่เป็นการ "จดจำบทเรียนประวัติศาสตร์" เพื่อรับมือกับยุทธศาสตร์ใหม่ของโตเกียว

    คดีจับนักข่าวญี่ปุ่นที่ซาคาลินครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของการ "จับสปาย" ทั่วไป แต่คือ "สัญญาณเตือนภัยรอบใหม่" ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่สะท้อนว่า รัสเซียพร้อมจะตอบโต้อย่างตาต่อตาฟันต่อฟัน และไม่เกรงใจสถานะนักข่าวอีกต่อไป

    ขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณเตือนให้สังคมโลกมองเห็นว่า "ญี่ปุ่นกำลังก้าวข้ามข้อจำกัดหลังสงครามโลก และพยายามสร้างกลไกข่าวกรอง-การทหารชุดใหม่ขึ้นมาอย่างจริงจัง" ซึ่งจะทำให้การเผชิญหน้าในแถบซาคาลิน คุริล และทะเลตะวันออกไกล ทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต

    #ChinaFocus #ญี่ปุ่น #รัสเซีย

    https://www.facebook.com/share/p/1C6etFVi58/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    EU อ้อนจีนถก "ดีลแลกตัว" ร้องปล่อยผีบริษัทเยอรมัน ซัพพลายเออร์ ASML หลังเจอพิษคว่ำบาตรแร่หายากจากปักกิ่ง

    สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานอ้างแหล่งข่าววงในว่า #สหภาพยุโรป (EU) กำลังเปิดโต๊ะเจรจาทางการเมืองแบบลับๆกับ รัฐบาลจีน เพื่อขอให้ปักกิ่งยอมถอนชื่อบริษัทขนาดเล็กของเยอรมนีอย่าง Sindlhauser Materials GmbH ออกจากบัญชีดำควบคุมการส่งออก ซึ่งบริษัทแห่งนี้ถือเป็น "ข้อต่อชิ้นสำคัญ" ในห่วงโซ่อุปทานของ #ASML ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ลายวงจรชิประดับโลกจากเนเธอร์แลนด์ โดยผลกระทบจากการคว่ำบาตรของจีนกำลังส่งผลให้บริษัทแห่งนี้เสี่ยงต่อการล้มละลายภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

    1. เบื้องหลังดีล "ยื่นหมูยื่นแมว" (One-for-One Trade): ถอนคว่ำบาตรแลกถอนแบล็กลิสต์

    -ข้อเสนอของ EU: สหภาพยุโรปเสนอที่จะ ยกเลิกมาตรการจำกัดทางการค้าต่อ "บริษัทจีน 1 แห่ง" (ยังไม่เปิดเผยชื่อ) ซึ่งเคยถูก EU สั่งลงโทษโดยอ้างว่าให้ความช่วยเหลือรัสเซียใน #สงครามยูเครน

    -ข้อเสนอของ EU: ขอให้จีนยอมถอนชื่อบริษัท Sindlhauser ของเยอรมนีออกจากบัญชีดำควบคุมการส่งออก เพื่อแลกกับการที่ EU จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทจีน

    -กลไกปฏิบัติตามแผน: มีรายงานว่านายมารอช เชฟโชวิช (Maroš Šefčovič) หัวหน้าฝ่ายการค้าของ EU ได้ยกประเด็นนี้ขึ้นหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน ณ กรุงปักกิ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยคาดว่า EU จะเป็นฝ่ายเริ่มถอนชื่อบริษัทจีนก่อน เพื่อเปิดทางให้จีนยอมปลดล็อกซัพพลายเออร์เยอรมันรายนี้ตามมา

    2. ชนวนเหตุและการซุ่มเจาะ "จุดอ่อน" ห่วงโซ่อุปทานยุโรปของจีน

    ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จีนได้สั่งคว่ำบาตรบริษัท Sindlhauser และบริษัทเอกชนยุโรปอีก 13 แห่ง เพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรชุดที่ 21 ของ EU ที่ลงโทษบริษัทจีน

    -ความเจ็บปวดของซัพพลายเออร์ ASML: Sindlhauser ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเคลือบผิวขั้นสูงและวัสดุความแม่นยำสูง โดย พึ่งพาแร่หายากจากจีนเกือบ 100% เมื่อโดนจีนตัดสายส่งออก บริษัทจึงเกิดภาวะช็อกและเสี่ยงปิดตัวลง

    -การสืบข่าวกรองทางเศรษฐกิจของจีน: การที่จีนสามารถเจาะจงเล่นงานบริษัทเยอรมันขนาดเล็กที่แทบไม่มีใครรู้จัก แต่กลับเป็นหัวใจสำคัญของ ASML ได้ สะท้อนว่าปักกิ่งได้ทำการ "รวบรวมข้อมูลห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างแยบยล" ผ่านระบบใบอนุญาตส่งออกแร่หายาก ที่บังคับให้บริษัทต่างชาติปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องยื่นเอกสารลับทางการค้า รูปถ่ายสินค้าปลายทาง และรายละเอียดการใช้งานให้จีนตรวจสอบ

    3. วิกฤตสองจิตสองใจ (Dilemma) ของยุโรป

    กรณีนี้ทำให้รัฐบาลเยอรมนีและสหภาพยุโรปตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างหนัก:

    1. บรรทัดฐานที่ไม่ดี (Bad Precedent): การยอมแลกเปลี่ยนการถอนคว่ำบาตรแบบ "หนึ่งต่อหนึ่ง" จะกลายเป็นบรรทัดฐานที่ทำให้บริษัทอื่นๆ ร้องขอข้อยกเว้นบ้าง และทำให้ EU ต้องยอมถอยให้จีนในมิติความมั่นคง

    2. การก้าวไม่พ้นการพึ่งพาจีน: เจ้าหน้าที่บางส่วนกังวลว่า การช่วยชีวิต Sindlhauser ด้วยการง้อจีน จะยิ่งทำให้อุตสาหกรรมยุโรป "ลดความกระตือรือร้น" ในการกระจายความเสี่ยงและตั้งห่วงโซ่อุปทานใหม่นอกประเทศจีน

    #ChinaFocus

    https://www.facebook.com/share/p/16GBw3aJVpv/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "แตงกวา ช่วยให้ปากสดชื่นได้ไหม มีเหตุผลเรื่อง “น้ำลาย” แต่ยังไม่มีหลักฐานว่ารักษากลิ่นปากเรื้อรัง

    16 ตุลาคม 2569 #การกินแตงกวา หรือ #อมแตงกวาสด อาจทำให้รู้สึกว่า #ปากชุ่มและสดชื่นขึ้นได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ว่า แตงกวาสามารถรักษากลิ่นปาก โดยเฉพาะกลิ่นปากเรื้อรังได้โดยตรง
    .
    กลิ่นปาก หรือ #Halitosis ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสารระเหยกลุ่มกำมะถัน (Volatile Sulfur Compounds: VSCs) ที่เกิดจาก #แบคทีเรียในช่องปาก โดยเฉพาะบริเวณ #คราบบนลิ้น #คราบฟัน และบริเวณที่มี #โรคเหงือกหรือฟันผุ งานของ Ken Yaegaki และ Jeffrey M. Coil ซึ่งตีพิมพ์ใน Journal of the Canadian Dental Association ปี 2543 อธิบายว่าการดูแลช่องปาก การทำความสะอาดลิ้น และการรักษาโรคในช่องปาก เป็นส่วนสำคัญในการควบคุมกลิ่นปาก
    .
    ส่วนแตงกวานั้นมีน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก จึงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในปากได้ในระดับหนึ่ง และการเคี้ยวอาหารยังกระตุ้นการหลั่งน้ำลาย น้ำลายมีบทบาทสำคัญในการชะล้างเศษอาหารและสารต่างๆ ในช่องปาก จึงอาจทำให้กลิ่นปากลดลงชั่วคราวในบางคน โดยเฉพาะกรณีที่ปากแห้ง
    .
    แต่ประเด็นสำคัญคือ งานของ Yaegaki และ Coil ไม่ได้เป็นการทดลองว่า “แตงกวารักษากลิ่นปาก” และไม่มีหลักฐานว่า การนำแตงกวาไปแปะบนเพดานปากจะกำจัดแบคทีเรียหรือสารก่อกลิ่นได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นวิธีนี้จึงควรมองเป็นเพียงเคล็ดลับเพิ่มความชุ่มชื้น ไม่ใช่การรักษา
    .
    หลักฐานการศึกษาภายหลังสนับสนุนว่าการทำความสะอาดลิ้นมีประโยชน์มากกว่าในการจัดการกลิ่นปาก เพราะการแปรงฟันร่วมกับการทำความสะอาดลิ้นสามารถลดสารประกอบกำมะถันระเหยและคราบบนลิ้นได้มากกว่าการแปรงฟันเพียงอย่างเดียว
    .
    ข้อมูลทางทันตกรรม ปัจจุบันยังให้ #ความสำคัญกับการแปรงฟัน #ทำความสะอาดซอกฟัน และ #ดูแลลิ้น ขณะที่น้ำยาบ้วนปากบางชนิดที่มีสารออกฤทธิ์สามารถช่วยลดกลิ่นปากได้ แต่ผลิตภัณฑ์ที่เพียงให้กลิ่นหอม อาจแค่กลบกลิ่นชั่วคราว ไม่ได้แก้ต้นเหตุของแบคทีเรียหรือสาร VSCs
    .
    แตงกวาอาจช่วยให้ปากชุ่มและรู้สึกสดชื่นขึ้น โดยเฉพาะเวลาปากแห้ง แต่ยังไม่มีหลักฐานว่า “แตงกวาแก้กลิ่นปาก” ได้ หากมีกลิ่นปากต่อเนื่อง ควรเริ่มจากทำความสะอาดลิ้นและช่องปากให้ดี ตรวจฟันและเหงือก และหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะกลิ่นปากเรื้อรังอาจเกี่ยวข้องกับโรคเหงือก ฟันผุ ปากแห้ง หรือปัญหาอื่นในช่องปากได้
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1EaX2woeHd/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    UN ผ่านปฏิญญารับมือโรคระบาด 153 เสียง ..แต่ 3 ประเทศ "สหรัฐฯ-อิสราเอล- อาร์เจนติน่า" ยกมือค้าน จับตาอำนาจกำกับข้อมูลสุขภาพและความร่วมมือ WHO

    15 ตุลาคม 2569 #สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ลงมติเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 รับรอง #ปฏิญญาว่าด้วยการป้องกัน การเตรียมพร้อม และ #การรับมือโรคระบาด ด้วยคะแนนเห็นชอบ 153 เสียง ไม่เห็นชอบ 3 เสียง ได้แก่ #สหรัฐอเมริกา #อิสราเอล และ #อาร์เจนตินา

    ขณะที่ #นิวซีแลนด์ และ #ปารากวัย ...งดออกเสียง ตามข้อมูลที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่หลังการลงมติ
    .
    ผลดังกล่าวสะท้อนว่าประเทศสมาชิกส่วนใหญ่สนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อเตรียมรับมือโรคระบาด หลังบทเรียนจากโควิด-19 ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิต เศรษฐกิจ และระบบสาธารณสุขทั่วโลก แม้ประเทศที่มีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น จีน รัสเซีย อิหร่าน และเกาหลีเหนือ จะอยู่ในกลุ่มที่สนับสนุนแนวทางความร่วมมือนี้ แต่คะแนนเสียงไม่ได้หมายความว่าทุกประเทศเห็นตรงกันในทุกมาตรการหรือรายละเอียดของ #นโยบายสาธารณสุข
    .
    สาระสำคัญของปฏิญญาคือการเพิ่มขีดความสามารถในการเฝ้าระวังโรค พัฒนาระบบตรวจจับการระบาด ลงทุนในระบบสาธารณสุข สนับสนุนการวิจัยและการผลิตยาและวัคซีน ตลอดจนผลักดันการแบ่งปันเชื้อก่อโรคและผลประโยชน์จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างเป็นธรรม นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงการเตรียมรับมือโรคระบาดกับการพัฒนาเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความร่วมมือระหว่างประเทศ
    .
    อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องติดตามคือการดำเนินงานจริง โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพ การเข้าถึงตัวอย่างเชื้อก่อโรค การจัดสรรวัคซีนและยา รวมถึงงบประมาณและอำนาจตัดสินใจของแต่ละประเทศ หากขาดความโปร่งใส การตรวจสอบ และมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ระบบเฝ้าระวังที่ขยายตัวอาจก่อให้เกิดข้อกังวลด้านสิทธิประชาชน ความเป็นส่วนตัว และความเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากรทางการแพทย์
    .
    ในทางกลับกัน การไม่มีระบบเตรียมพร้อมและการประสานงานที่มีประสิทธิภาพก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน เพราะเชื้อโรคสามารถแพร่ข้ามพรมแดนได้รวดเร็ว ทำให้การตรวจจับล่าช้า การขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ และการเข้าถึงวัคซีนที่ไม่เท่าเทียม อาจเพิ่มจำนวนผู้ป่วยและความเสียหายทางเศรษฐกิจ
    .
    ข้อสำคัญคือ ปฏิญญาฉบับนี้เป็นคำมั่นทางการเมืองที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายโดยตัวมันเอง ไม่ใช่คำสั่งที่ให้อำนาจ WHO สั่งล็อกดาวน์ บังคับฉีดวัคซีน หรือเข้าควบคุมระบบสาธารณสุขของประเทศสมาชิกโดยอัตโนมัติ ส่วนความตกลงว่าด้วยโรคระบาดของ WHO เป็นกระบวนการทางกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งยังต้องเจรจารายละเอียดระบบแบ่งปันเชื้อก่อโรคและผลประโยชน์ (PABS) ให้เสร็จ ก่อนเดินหน้าสู่ขั้นตอนการลงนามและให้สัตยาบันตามเงื่อนไข
    .
    ดังนั้น ความรุนแรงของประเด็น ไม่ได้อยู่ที่ผลโหวต 153 ต่อ 3 เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่า #รัฐบาลแต่ละประเทศ จะนำคำมั่นไปปฏิบัติอย่างไร ประชาชนจะได้รับความคุ้มครองด้านสุขภาพมากขึ้นเพียงใด และจะมีหลักประกันเรื่องสิทธิ ความโปร่งใส และการตรวจสอบอำนาจอย่างไร การติดตามตัวบทฉบับเต็มและมาตรการที่เกิดขึ้นจริงจึงสำคัญกว่าการสรุปว่าการลงมติครั้งนี้เป็นการมอบอำนาจควบคุมประชาชนให้หน่วยงานระหว่างประเทศแล้ว

    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/19UU11cCV7/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผู้พลัดถิ่นเขมร 20,000 คนที่ไม่สามารถกลับที่พักได้ ทางการเขมรเอาตัวเลขนี้มาจากไหน? ในการประชุม UNHCR สมัยที่ 77 เขมรก็ออกมาซัดไทยอีกเช่นเคย กล่าวหาว่าไทยไปยึดครองดินแดนเขมรจนทำให้บัดนี้มีประชากรเขมรที่ไม่สามารถกลับเข้าที่พักได้กว่า 20,000 คน
    FB_IMG_1792155553920.jpg FB_IMG_1792155556109.jpg FB_IMG_1792155558147.jpg FB_IMG_1792155560071.jpg
    ตัวเลขนี้ทางกองทัพบกได้ออกมาโต้แย้งไปเมื่อวานแล้วว่าไม่จริง ซึ่งเป็นการตอบโต้อย่างทันท่วงที กองทัพบกโดย เสธ.ต๊อด ตลอดจน เพจกองทัพบกและเพจในเครือต่างออกมาโต้ข่าวนี้ ก็อยากให้คนไทยชื่นชมกองทัพบกนะครับว่า ออกมาตอบโต้ได้ทันท่วงที ไม่ช้าแบบในอดีตแล้ว

    ตัวเลข 20,000 มาได้ยังไง?

    โดยในช่วงการรบทั้งชาวเขมรและชาวไทยตลอดแนวชายแดนก็มีการอพยพไปพักอาศัยตามบ้านญาติ วัดหรือพื้นที่โรงเรียน ตามที่หน่วยงานราชการทั้งสองประเทศจัดให้ ไทยตัวเลขอยู่ที่ประมาณ ห้าแสนคน เขมรก็ หกแสนคน แต่พอรบจบสงบแล้วคนเหล่านี้ก็จะกลับบ้าน

    แต่เมื่อสงครามสงบจริงๆ มันจะมีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถกลับได้ เรียกว่าผู้ผลัดถิ่น Displace persons. ตัวเลขของเขมรอยู่ที่ 20,000 คน

    เขมรผลัดถิ่นส่วนแรก อย่างที่เราทราบกันดี พื้นที่บ้านเรือนของเขมรจำนวนหนึ่งสร้างรุกเข้ามาในดินแดนไทย เมื่อทหารไทยยึดพื้นที่คืนได้ ตามภาพครับเราได้รื้อทำลายสิ่งปลูกสร้างทุกอย่างของฝ่ายเขมรที่รุกดินแดนไทยแทบทั้งหมด (เหลือก็จะมีคาสิโนคนละครึ่งที่ทมอดาที่ยังไม่รื้อ)

    คนเขมรพวกนี้ไม่มีโอกาสได้กลับมาแล้วละครับ ถือว่าไม่ต้องฝันจะกลับเข้ามาอีก

    เขมรพลัดถิ่นกลุ่มที่ 2 คือ พวกนี้บ้านอยู่ในพื้นที่ที่ทหารไทยยึดเหลื่อมเข้าไปเพื่อความปลอดภัยของกำลังพล หรือที่เรียกว่า troop deployment line. เท่าที่ผมดูภาพถ่ายดาวเทียมและบางครั้งที่มีโอกาสได้ลงพื้นที่

    พบว่าทหารไทยไม่ได้ทำการรื้อบ้านเหล่านี้นะครับ เราปล่อยไว้แบบนั้น (เข้าใจว่าเพราะมนุษยธรรม เพราะวันหนึ่งเราต้องคืนไปให้เขมร)

    แต่สภาพบ้านเรือนก็พังเสียหายครับ เพราะหมู่บ้านแถบนั้นคือสนามรบดีๆนี่แหละในช่วงการรบรอบ 2

    คนในกลุ่มที่ 2 จะกลับมาได้ก็ต่อเมื่อมีการเจรจาต่อรองกันของทั้ง 2 ประเทศ (ซึ่งประชาชนไทยต้องการเห็นประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการต่อรองกับรัฐบาลกัมพูชา เช่น หากเราจะคืนพื้นที่ส่วนนี้ให้เขมร เขมรอาจจะต้องคืนเนิน745 หรือช่องโชก ,เนิน450 ,พื้นที่ชำราก (จ.ตราด) หรือพื้นที่อื่นๆที่เขมรรุกล้ำเราเข้ามา เขมรต้องกูทุ่นระเบิดและถอนกำลังออกไป (ขอเตือนกองทัพและรัฐบาลนะครับประชาชนเข้าใจว่า จะไม่มีปาหี่ต้มสมรู้ร่วมคิดกับเขมรและต้มคนไทยได้อีกละนะครับ คนไทยรู้ว่าตรงนี้ยังไงก็ต้องคืนเขมร แต่ไม่ใช่เขมรมาขอว่าอยากได้คืน ซูเอี๋ยรู้เห็นกับเขมร แล้วพอทำการรบอีกรอบก็สั่งถอนทหารไทยออกมาให้เขมรมันยึดง่ายๆ แบบนี้กองทัพกับรัฐบาลอยู่ยากนะครับ คนไทยหลายคนสนับสนุนกองทัพและรัฐบาลก็จริงแต่เราไม่เชื่อใจเต็มที่หรอกนะครับ จากผู้สนับสนุนถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้ วันนั้นผมเชื่อว่าคนไทยจำนวนมากจะเป็นผู้ออกมาล้มรัฐบาลและกองทัพ ผมก็คนหนึ่งที่จะออกมา ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมพูดมันเกิดขึ้นยากแต่ไม่ใช่เกิดไม่ได้เลยต้องพูดไว้ก่อน)

    เขมรผลัดถิ่นส่วนที่ 3 อันนี้ผมเชื่อว่าทางการเขมรมันเอามาตีรวมในตัวเลข 20,000 คน ให้ดูว่ามีตัวเลขจำนวนมากเพื่อใส่ร้ายไทย

    เมื่อเลยจากเส้น Troop deployment line ของฝ่ายไทยออกไป มันยังมีชุมชนหมู่บ้านชาวเขมรจำนวนมากครับซึ่งบ้านเรือนเหล่านี้ ทหารเขมรไม่อนุญาตให้ประชาชนกลับเข้าไปอยู่

    และมีการส่งทหารเข้าไปอยู่ในพื้นที่แทน พร้อมกับดัดแปลงพื้นที่เป็นฐานทหาร คูสนามเพลาะต่างๆ

    ถามว่าคนพวกนี้ที่ไม่ได้กลับบ้านมันเกี่ยวอะไรกับฝ่ายไทยไหม มันไม่เกี่ยวเลย ก็ทหารเขมรเล่นไปตั้งฐานที่มั่นไว้ในชุมชนเอง

    จะด้วยวัตถุประสงค์กลัวทหารไทยรุกต่อหรืออาจจะวางแผนชิดแนวของทหารไทยเพื่อเตรียมตียึดคืนหมู่บ้านพวกนี้ แต่ใดๆเลยมันเป็นการห้ามประชาชนของเขมรเข้าพื้นที่เอง เกี่ยวอะไรกับไทย

    เขมรก็คือเขมร ทำเองห้ามเองมาโทษไทย จริงๆตัวเลขมันน่าจะน้อยกว่า 20,000 ครับ

    เท่าที่ผมติดตามข่าวเขมรมาตลอด เขมรจะมีผู้ผลัดถิ่นจาก ช่องอานม้า/ช่องจอม,คลาคะมุม/บ้านหนองจาน หนองหญ้าแก้ว บึงตะกวน/ทมอดา

    1.ช่องอานม้า คนจากชุมชนตลาดที่รุกล้ำดินแดนไทยไปอยู่พิกัด 13.889545, 104.832223 จ.พระวิหาร ข้างถนนทางหลวง หมายเลข 62

    2.จากช่องจอมโอเสม็ด ช่องคลาคะมุม มีการสร้างบ้านหลังคาเขียวที่ จงกล อุดรมี ชัย พิกัด 14.048586, 103.719444

    3.จากบ้านหนองจาน หนองหญ้าแก้ว บึงตะกวนไปอยู่ที่หมู่บ้านหลังคา เขียวแถวเขาเตฮัง พิกัด 13.8228062, 102.8344731 จุดนี้เป็นบ้านหลังคาเขียวที่ใหญ่ที่สุด

    4.จากชุมชนร้านค้าเล็กๆที่ทมอดา ก็ย้ายหนีไปอยู่โรงเรียนมัธยมประโมย พิกัด 12.3068324, 103.0870852 (จุดนี้ไม่แน่ใจย้ายไปที่อื่นแล้วหรือยังนะครับ)

    ถ้าอยากได้ตัวเลขคร่าวๆ ทางการไทยก็ไปเอาภาพดาวเทียมในจุดที่ผมว่าไปตรวจดูว่ามีบ้านกี่หลัง แล้ว คูณ ด้วย 4 ( 4 คนคือตัวเลขเฉลี่ยของ 1 ครอบครัว/บ้านหนึ่งหลัง) เราก็จะได้ตัวเลขคร่าวๆออกมาครับ

    ปล.ภาพที่ 2-4 เป็นภาพที่ทาง กพช.เปิดมาก่อนหน้านี้ครับ สีแดงคือพื้นที่พิพาทอ้างสิทธิ์ของทั้งสองฝ่ายในพื้นที่ บึงตะกวน หนองจาน หนองหญ้าแก้ว ซึ่งตอนนี้ไทยยึดได้ทั้งหมดแล้ว

    และพื้นที่ที่ฟ้าเป็นที่ที่ทหารไทยยึดเหลื่อมเข้าไป หรือ Troop deployment line ส่วนที่เลยสีฟ้าออกไปคือพื้นที่ชุมชนเขมรที่เหลือ ซึ่งคนพวกนี้ก็กลับมาบ้านตัวเองไม่ได้เพราะทางการเขมรไม่ยอมให้กลับมาเอง เพราะทหารเขมรมีการสร้างบังเกอร์ คูสนามเพลาะเตรียมพร้อมรบกับไทย

    เพิ่มเติม
    คือคนที่บอกว่าเขทรด่าเราผ่าน UN แต่ ทบ.ทำได้แค่โต้ทางเพจ FB ทบ. คุณจะให้เขาจะไปโต้มากกว่านี้ได้ไงละครับ ทบ.เขาไม่ใช่ตัวแทนของรัฐบาลไทยไปนั่งในสหประชาชาติ เขาทำได้แค่นี้ก็ดีแล้วละครับ

    ผมพูด เพราะมีแต่คนด่า ทบ.ว่าไม่โต้เขมรเลย เพราะฉนั้นเวลาเขาโต้เขมร ก็ต้องชื่นชมและให้กำลังใจเขาด้วย

    https://www.facebook.com/share/1C6zHVVpML/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สวิตเซอร์แลนด์ | สนามบินซูริก

    สวิตเซอร์แลนด์เสี่ยงขาดแคลนน้ำมันเครื่องบิน รัฐบาลเปิดคลังสำรองฉุกเฉิน 30 ล้านลิตร หลังระบบขนส่งจากเยอรมนีสะดุด

    วันที่ 15 ตุลาคม 2569 สื่อสวิตเซอร์แลนด์รายงานว่า รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์อนุญาตให้นำน้ำมันเครื่องบินจากคลังสำรองของประเทศออกมาใช้ชั่วคราว หลังเกิดปัญหาการขนส่งเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ จนเสี่ยงกระทบการเติมน้ำมันให้เครื่องบินที่สนามบินซูริก

    สาเหตุสำคัญมาจากขบวนรถไฟขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางผ่านเยอรมนี เกิดความล่าช้าและยกเลิกเที่ยวขนส่งจำนวนหนึ่ง ทำให้น้ำมันเครื่องบินไม่สามารถส่งเข้าสวิตเซอร์แลนด์ได้ตามกำหนด

    สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ลดต่ำ ส่งผลให้การขนส่งสินค้าทางเรือมีข้อจำกัด สินค้าจำนวนมากจึงต้องเปลี่ยนไปใช้ระบบรถไฟที่มีปริมาณการขนส่งหนาแน่นอยู่แล้ว

    สำนักงานสำรองเสบียงแห่งชาติสวิตเซอร์แลนด์ (BWL) จึงอนุญาตให้เบิกน้ำมันเครื่องบินจากคลังสำรองออกมาใช้ ได้สูงสุด 30 ล้านลิตร ระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 เพื่อป้องกันการขาดแคลนและรักษาความต่อเนื่องของระบบการบิน

    แม้รัฐบาลจะออกมาตรการฉุกเฉิน แต่สนามบินซูริกยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อจำกัดในการเติมน้ำมันเครื่องบิน และยังไม่พบปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงภายในสนามบิน ส่วนสนามบินเจนีวาระบุว่ายังสามารถจัดหาเชื้อเพลิงได้ตามปกติ

    ด้านสนามบินแฟรงก์เฟิร์ตของเยอรมนีก็กำลังเผชิญความตึงตัวด้านการจัดหาน้ำมันเครื่องบิน จากข้อจำกัดของระบบท่อส่งน้ำมันและปัญหาระดับน้ำในแม่น้ำไรน์

    สายการบิน SWISS จึงปรับวิธีเติมน้ำมันสำหรับเที่ยวบินจากซูริกและเจนีวาไปแฟรงก์เฟิร์ต โดยบรรทุกน้ำมันให้เพียงพอสำหรับเที่ยวบินขากลับตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดความจำเป็นในการเติมน้ำมันที่เยอรมนี

    สายการบินยืนยันว่า เที่ยวบินยังดำเนินการได้ตามตาราง ไม่มีข้อจำกัดด้านจำนวนผู้โดยสารหรือปริมาณสินค้าที่บรรทุกจากมาตรการดังกล่าว

    ขณะเดียวกัน การจัดหาน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันทำความร้อนในสวิตเซอร์แลนด์มีความตึงตัวมากกว่าสัปดาห์ก่อน แต่รัฐบาลยืนยันว่ายังมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ

    ขอบคุณแหล่งข่าว:Blick | วันที่ 15 ตุลาคม 2569

    https://www.facebook.com/share/1E8C6wd4QN/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "8 ประเด็นสำคัญ" ที่ประธาน FED
    Kevin Warsh ฝากไว้ให้ชาวไทย และคนทั้งโลก

    1) Warsh ไม่ยอมสเผยสัญญาณ ว่า FED จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ในการประชุมเดือนนี้หรือไม่

    2) FED จะขอดูสภาพเศรษฐกิจจนถึงสิ้นปี ่ก่อนตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินในขั้นต่อไป

    3) Warsh พูดปกป้องการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน โดยบอกว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา

    4) Warsh ไม่ได้รับประกันว่า FED จะหยุดขึ้นดอกเบี้ยตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้

    5) เขามองว่า AI อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบมากที่สุดต่อเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกเท่าที่เขาเคยเห็นมา

    6) เขาเตือนว่า AI จะกระทบการจ้างงานแน่นอน แต่ยังมองระดับได้ไม่ชัด

    7) การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจ AI ที่มีผลิตภาพสูงขึ้น จะเต็มไปด้วยความผันผวน

    8 ) Warsh เน้นย้ำว่ากระแส AI กำลังกระตุ้นการลงทุนครั้งใหญ่ และจะช่วยกดเงินเฟ้อลงในระยะยาว

    https://www.facebook.com/share/1GTqe6qiMF/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ส่วนตัวน่ะ กระแส AI กำลังจะเปลี่ยนผ่านการจ้างแรงงานในประเทศ (ลดการจ้างงาน คนไทยที่มีชีวิตในประเทศ) ไปจ้าง แรงงานต่างประเทศ (เพิ่มการจ้างงาน คนต่างประเทศ ที่ไม่มีชีวิต แต่ใช้เทคโนโลยีมาทำเสมือนทำงานได้) ถ้ามีรัฐบาลที่เอาแต่ไปเชื่อต่างชาติ อีกไม่นานประเทศไทยล่มจมแน่ เพราะไปนำเอาแรงงานต่งชาติ เสมือนจริงมาทำงาน แทนคนไทย

    กระตุ้นการลงทุนครั้งใหญ่ และจะช่วยกดเงินเฟ้อลงในระยะยาว
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านสั่งเสริมทัพด่วน! รับมือการโจมตีรอบใหม่ หลัง 'ทรัมป์' เปรยอาจใช้ระเบิดทำลายล้างสูงหลังเลือกตั้งกลางเทอม

    https://www.facebook.com/share/19VBby2Ej2/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    236,029
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทัพรัสเซียทำลายโรงงานแห่งหนึ่งซึ่งเป็นกิจการร่วมทุนระหว่างเยอรมนีและญี่ปุ่นในแคว้นเทอร์โนโปล (Ternopil)

    กองทัพรัสเซียได้ทำลายโรงงานของต่างชาติแห่งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้เสียภาษีรายใหญ่ที่สุดและเป็นแหล่งจ้างงานสำคัญในเมืองชอร์ตคีฟ (Chortkiv) แคว้นเทอร์โนโปล โดยทางการระดับภูมิภาคระบุว่า โรงงานดังกล่าวจะไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้อีก และไม่สามารถสร้างรายได้เข้าสู่คลังท้องถิ่นได้อีกต่อไป

    “นี่ถือเป็นโศกนาฏกรรมสำหรับเรา และสำหรับงบประมาณของเรา”
    – วลาดิเมียร์ ชมัตโก (Vladimir Shmatko) นายกเทศมนตรีเมืองชอร์ตคีฟ กล่าว

    สื่อยูเครนรายงานว่า บริษัทที่ถูกกล่าวถึงคือ SEBN ซึ่งเป็นกิจการที่เยอรมนีและญี่ปุ่นเป็นเจ้าของร่วมกัน โดยโรงงานแห่งนี้ผลิตชุดสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ยี่ห้อ Volkswagen, Audi, Škoda และ Porsche

    ทั้งนี้ กองทัพรัสเซียได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายของฝ่ายตรงข้ามในภาคตะวันตกของยูเครนอย่างเป็นระบบในช่วงที่ผ่านมา โดยนักวิเคราะห์ฝ่ายยูเครนระบุว่า รัสเซียใช้โดรนแบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เจ็ต ซึ่งสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในการโจมตีครั้งนี้

    ทางการในภูมิภาคตะวันตกของยูเครนยอมรับว่า พวกเขาขาดแคลนทรัพยากรที่จะใช้รับมือกับโดรนทางทหารของรัสเซีย และไม่สามารถหวังพึ่งความช่วยเหลือจากรัฐบาลในกรุงเคียฟในส่วนนี้ได้

    เป็นที่น่าสังเกตว่า ในช่วงระยะหลังมานี้ กองทัพรัสเซียได้มุ่งเป้าโจมตีโรงงานต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของยูเครน โดยไม่ได้คำนึงว่าโรงงานเหล่านั้นมีใครเป็นเจ้าของก็ตาม
    .


    https://www.facebook.com/share/p/1C2ufbWNC4/
     

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...