Featured Threads Archive
-
น้อมรำลึก ๒๒ มิถุนายน คล้ายวันละสังขาร "สมเด็จโต วัดระฆัง" พระอมตะมหาเถราจารย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้สร้าง"พระสมเด็จ" ที่โด่งดัง..
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) (นามเดิม: โต) หรือนามที่นิยมเรียก "สมเด็จโต" "หลวงปู่โต" หรือ "สมเด็จวัดระฆัง" เป็นพระภิกษุมหานิกาย เป็นพระมหาเถระรูปสำคัญที่ได้รับความนิยมนับถืออย่างมากในประเทศไทย ท่านเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารในสมัยรัชกาลที่ 4-5
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) นับเป็นพระเกจิเถราจารย์ผู้มีปฏิปทาจริยาวัตรน่าเลื่อมใส เป็นที่เคารพนับถือทั่วไปมาตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงสามัญชน และนอกจากจริยาวัตรด้านความสมถะอันโดดเด่นของท่านแล้ว ท่านยังทรงคุณทางด้านวิชชาคาถาอาคม เมตตามหานิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุมงคล "พระสมเด็จ" ที่ท่านได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา ได้ถูกจัดเข้าในพระเครื่องเบญจภาคี หรือสุดยอดของพระเครื่องวัตถุมงคล 1 ใน 5 ของประเทศไทย และมีราคาซื้อขายในปัจจุบันต่อองค์เป็นราคานับล้านบาท ด้วยปฏิปทาจริยาวัตรและคุณวิเศษอัศจรรย์ของท่าน ทำให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยเคารพนับถือว่าท่านเป็นอมตะเถราจารย์รูปหนึ่งของเมืองไทย และมีผู้นับถือ
ประวัติ
สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) เกิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช... -
พุทธศาสนาหยั่งรากในต่างแดน รัฐบาลสวีเดน อุปถัมภ์พุทธศาสนา! สร้างตึกถวายพระไทยในสวีเดน แด่ “พระวิเทศปุญญาภรณ์” เพื่อเผยแพร่พุทธศาสนาต่อไป
ตามที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้จัดพิธีถวายปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ พระวิเทศปุญญาภรณ์ พระธรรมทูตไทยในประเทศสวีเดน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสงฆ์วัดพุทธารามทั้ง 5 สาขาในประเทศสวีเดน และเป็นกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป และเป็นทูตสันติภาพแห่งประเทศสวีเดน และรางวัลทูตสันติภาพอีกหลายสถาบัน และเจ้าของหนังสือ คู่มือการเดินทางไปต่างประเทศของพระสงฆ์ และล่าสุดได้รับมอบหมายให้จัดงาน "World Peace International Stockholm in Sweden" ในปีหน้าอย่างเป็นทางการที่ประเทศสวีเดนนั้น
ในการนี้เฟซบุ๊ก"Banjob Bannaruji - บ้านบรรณรุจิ" ของร.ท.,ดร.บรรจบ บรรณรุจิ อาจารย์ประจำหลักสูตรสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ได้โพสต์ข้อความว่า
"เจ้าคุณสวีเดนกลับมาไทยอีกครั้ง ม.รามถวายปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ ประกาศศักดาพระธรรมทูตไทย "จะทำตึก 'สีทอง'ที่รัฐบาลสวีเดนถวาย ให้เป็นศูนย์กลางกัมมัฏฐานพุทธสำหรับคนทั่วโลก"
@ หลังจากมาไทยไม่กี่วันเพื่อประชุม Peace Conference ร่วมกับองค์กรสันติภาพโลก ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อ 12-13 มิ.ย.2560... -
เมื่อ หลวงปู่แหวนผีเข้า! หลวงปู่ตื้อไม่รู้จะทำเช่นไร เลยเตรียมจะจุดไฟเผาร่างหลวงปู่แหวน เสียดื้อๆ !
เมื่อ หลวงปู่แหวนผีเข้า! หลวงปู่ตื้อไม่รู้จะทำเช่นไร เลยเตรียมจะจุดไฟเผาร่างหลวงปู่แหวน เสียดื้อๆ !
สอนผีสาวตายทั้งกลม
นี่เป็นเรื่องเล่าจากหลวงปู่บุญเพ็ง กปฺปโก สมัยที่เพิ่งจะมาปฏิบัติภาวนากับหลวงปู่ตื้อใหม่ มีอยู่วันหนึ่งด้วยความสงสัยจึงถามหลวงปู่ตื้อว่า “หลวงปู่ ครับ มีผีจริงหรือเปล่า?”
หลวงปู่ตื้อตอบแบบฟันธงว่า “อ้าว...มีซิ ถ้าสงสัยไปถามท่านแหวนดูก็ได้ ผีมีจริงนะ...”
วาสนาทางธรรมสำคัญอย่างหนึ่งของหลวงปู่ตื้อนึ่ง คือ ชอบรู้สิ่งต่างๆ สิ่งเร้นลับ เช่น ภูติผีวิญญาณ เปรต กายทิพย์ เทวดา ต่างๆเป็นต้น ซึ่งเรื่องเล่านี้ไม่ใช่เรื่องน่าสงสัยในหมู่นักปฏิบัติ เพราะเราล้วนอยู่ในภพภูมิของการเวียนว่ายตายเกิดล้วนเต็มไปด้วยสรรพสัตว์ที่เร่าร้อนแห่งกองทุกข์อยู่ในทุกภพภูมิ
เวลาพระเถระผู้ใหญ่เล่าเรื่องนี้ที่ไหน บรรดาลูกศิษย์ที่ฟังจะตาสว่างลุกโพล่งด้วยความอยากรู้อยากเห็น บางคนก็อยากจะได้วิชาเห็นของเหล่านี้ หลวงปู่ตื้อมักจะบอกว่า
“เกี่ยวกับพวกกายทิพย์นี้ ล้วนแต่น่าอัศจรรย์ เพราะเป็นเรื่องที่นอกเหนือที่มนุษย์ธรรมดาสามัญจะรู้ได้... -
"ท่านเจ้าคุณท่านเทศน์ได้จับใจยิ่งนัก" เมื่อรัชกาลที่๔ ถึงกับน้ำพระเนตรไหล เพราะคำเทศน์บทนี้ของสมเด็จโตฯ ที่ซึ้งกินใจเหลือเกิน...
"ท่านเจ้าคุณท่านเทศน์ได้จับใจยิ่งนัก" เมื่อรัชกาลที่๔ ถึงกับน้ำพระเนตรไหล เพราะคำเทศน์บทนี้ของสมเด็จโตฯ ที่ซึ้งกินใจเหลือเกิน...
" พระอรหันต์ที่อยู่นอกบ้าน พวกท่าน
ไม่อาจจะล่วงรู้ได้ว่าองค์ใดจริงหรือ
ไม่จริง แต่ที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด และเป็น
ของจริง และบูชาได้อย่างแน่นอน ! "
มีคราวหนึ่งท่านได้รับนิมนต์ให้แสดงธรรม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จออกมาท่ามกลางเหล่าขุนนาง ข้าราชการ และข้าราชบริพาร ครั้นพอพบหน้าท่านเจ้าผู้ครองแผ่นดินก็ทรงสัพยอกว่า “ท่านเจ้าคุณ เห็นเขาชมกันทั้งเมืองว่าท่านเทศน์ดีนักนี่ วันนี้ต้องขอพิสูจน์หน่อย”
สมเด็จโตทรงทูลว่า “ผู้ที่ไม่เคยฟังในธรรม ครั้นเขาฟังธรรม และได้รู้เห็นในธรรมนี้แล้ว เขาก็ชมว่าดี ขอถวายพระพร มหาบพิตร” และวันนี้อาตมาจะมาเทศน์เรื่อง “พระอรหันต์อยู่ในบ้าน”
ฝ่ายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและเหล่าขุนนาง ข้าราชการและข้าราชบริพารต่างก็มีความสงสัย เพราะเคยได้ยินแต่ว่าพระอรหันต์ท่านจะอยู่ในถ้ำ ในป่า ในเขา... -
พระพุทธศาสนาเบ่งบานในอิตาลี
สาธุ...เห็นแล้วอิ่มใจ!!พระพุทธศาสนาเบ่งบานในอิตาลี ประกาศตัวเป็นพุทธมามกะ ตักบาตร ฟังธรรมเพียบ
นับตั้งแต่วันที่20มีค.ค.ศ 2000 นายกรัฐมนตรีอิตาลี ได้ลงนามความตกลงกับประธานสหภาพสมาคมพุทธในอิตาลี เพื่อให้พุทธศาสนามีสถานะเป็นทางการในอิตาลี ทำให้ผู้เสียภาษีสามารถแสดงความจำนงให้แบ่งภาษีในอัตราร้อยละ0.8ของภาษีรายได้ส่วนบุคคลที่ต้องชำระให้แก่รัฐบาล เพื่อบริจาคให้องค์กรทางพุทธศาสนาได้
ก็ทำให้เฟสบุคของบุคคลที่ใช้ชื่อว่า Kratanyawat X Runglikitjaroen โพสต์ภาพพุทธศาสนิกชนชาวอิตาลีใส่บาตรพระ ในวาระที่ประเทศอิตาลีบรรจุให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำประเทศอิตาลีอีกศาสนาหนึ่งและโพสต์ต่อไปด้วยว่า พุทธศาสนา เป็นศาสนาที่สอนให้เราเป็นคนดี ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องของกรรม หรือการกระทำที่เกิดจากตัวเราเองทั้งสิ้น เราทำดีก็ได้ดี ทำชั่วก็ได้ชั่ว ไม่ได้สอนให้คนงมงาย จนกลายเป็นศาสนาอีกศาสนาหนึ่งในอิตาลีที่มีคนนับถือเป็นจำนวนมาก
โดยนับตั้งแต่พระพุทธศาสนาได้เข้าไปในยุโรปตั้งแต่สมัยศตวรรษที่19ก็มีงานวิจัยหลายชิ้นแสดงสถิติว่าคนยุโรป และ สหรัฐอเมริกา รวมถึงคนชาติต่างๆหันมาเข้าวัดในพระพุทธศาสนามากขึ้น... -
"คำบริกรรม เหมือนสารส้ม" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
"คำบริกรรม เหมือนสารส้ม"
" .. อารมณ์แห่งธรรม คือ "ความคิดความปรุงในคำบริกรรมนี้" แม้จะเป็นความปรุงเหมือนกันกับความคิดปรุงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเพราะกิเลสผลักดันให้คิดให้ปรุง "แต่ความคิดปรุงประเภทนี้เป็นความคิดปรุงในแง่ธรรมเพื่อความสงบ" ผิดกับความคิดปรุงธรรมดาของกิเลสพาให้ปรุงอยู่มาก
"กิเลสพาให้คิดปรุงนั้น เหมือนเราเอามือหรือเอาไม้ลงกวนน้ำที่มีตะกอนอยู่แล้ว แทนที่มันจะใสแต่กลับขุ่นมากขึ้นฉะนั้น" แต่ "ถ้าเอาสารส้มลงกวนนั้นผิดกัน น้ำกลับใสขึ้นมา" นี่ การนำอารมณ์เข้ามากวนใจ แทนที่ใจจะสงบ แต่กลับไม่สงบและกลับแสดงผลขึ้นมาให้เป็นความทุกข์ร้อนเสียอีก
ถ้า "เอาพุทโธเป็นต้น เข้าไปบริกรรมหรือแกว่งลงในจิต โดยบริกรรมพุทโธ ๆ แม้จะเป็นความคิดปรุงเหมือนกันก็ตาม แต่คำว่าบริกรรมนี้ซึ่งเปรียบเหมือนสารส้ม" จึงทำให้ใจสงบเย็นลงไป .."
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=860&CatID=3 -
เสียงธรรม เทวดาถาม พระพุทธเจ้าตอบ ,อริยวัฑฒิ ๕,สมาธิ+๙๑๑ชุดพระอาจารย์สมภพ โชติปัญโญ
เทวดาถาม พระพุทธเจ้าตอบ บุญที่ได้ทั้งกลางวันกลางคืน....??
เรื่องเล่าผ่านกาลเวลา :- Published on Jun 17, 2017
บุญที่ได้ทั้งกลางวันกลางคืน พระอาจารย์สมภพ โชติปัญโญ -
คนที่เป็นทายาทรับผลกรรม.. (สมเด็จพระญาณสังวรฯ)
คนที่เป็นทายาทรับผลกรรม.. (สมเด็จพระญาณสังวรฯ)
คนส่วนมากยังมีความเชื่อว่ามีผู้ดลบันดาล เช่น ดลบันดาลให้เกิดภัย ดลบันดาลให้เกิดโชคลาภ เป็นต้น แต่ทางพระพุทธศาสนาได้แสดงว่า คนมีกรรมเป็นของตน จะมีสุขหรือทุกเพราะกรรม ก็เปลี่ยนให้คนมากลัวกรรมกันอีก เช่นเดียวกับที่เคยกลัวผู้ดลบันดาล เมื่อคิดถึงก็คิดเห็นไปคล้ายกับเป็นตัวทุกข์มืด ๆ อะไรอย่างหนึ่งที่น่าสะพรึงกลัว ผู้เงือดเงื้อจะลงโทษ กรรมจึงคล้ายผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกเข้าใจในทางร้ายอยู่เสมอ เมื่อได้ดีมีสุขก็กลับกล่าวว่าเป็นบุญบารมี กรรมจึงไม่มาเกี่ยวในทางดีตามความเข้าใจของคนทั่วไป นอกจากนี้ คนจะทำอะไรในปัจจุบันก็ไม่ได้นึกถึงกรรม เพราะเห็นว่ากรรม ไม่เกี่ยว กรรมจึงกลายเป็นอดีตที่น่ากลัว ที่คอยจะให้ทุกข์เมื่อไรก็ไม่รู้ ซึ่งไม่สามารถจะป้องกันได้เท่านั้น ดูก็เป็นเคราะห์กรรมของกรรมยิ่งนักที่ถูกคนเข้าใจไปเช่นนี้ อันที่จริงพระพุทธศาสนาได้สอนให้คนเข้าใจในกรรมเช่นนี้ไม่ ไม่ได้สอนให้คนกลัวกรรม เป็นทาสของกรรม หรืออยู่ใต้อำนาจกรรม แต่สอนให้รู้จักกรรม ให้มีอำนาจเหนือกรรม ให้ควบคุมกรรมของตนในปัจจุบัน “กรรม” คือ กาลอะไรทุกอย่างที่คนทำอยู่ทุกเวลา... -
"นางไม้" แอบหลอก หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ร้องไห้คร่ำครวญในกุฏิร้าง มีแต่"เสาตกน้ำมัน" หลวงพ่อจงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าตลอด แม้จะพักอยู่ในกุฏิ!!!
"นางไม้" แอบหลอก หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ร้องไห้คร่ำครวญในกุฏิร้าง มีแต่"เสาตกน้ำมัน" หลวงพ่อจงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าตลอด แม้จะพักอยู่ในกุฏิ!!!
" ผีนางไม้ เรื่องนี้เล่าโดย พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง)
จะเล่าเรื่องของหลวงพ่อจงต่อไป อีกคราวหนึ่งทางวัดไทรใหญ่ อำเภอไทรน้อย อยู่ในเขตจังหวัดนนทบุรี เขาจะฝังลูกนิมิตโบสถ์ คราวนั้นอาตมาก็รับนิมนต์ไปด้วย หลวงพ่อจงท่านก็ไป อาตมาไปในฐานะลูกศิษย์ของหลวงพ่อปาน หลวงพ่อจงไปในฐานะของท่าน ที่นี้เวลารับแขก รับแขกกันที่ศาลาการเปรียญ หลวงพ่อจงท่านเป็นคนลง “นะหน้าทอง” นะ อะไรต่ออะไรก็ตาม อาตมามีหน้าที่อย่างเดียวก็คือคุย เพราะว่าอาตมามีหน้าที่อย่างเดียวก็คือคุย เพราะว่ามีคนมาหาหลวงพ่อจงเต็มศาลาการเปรียญทั้งวัน ท่านก็ลงนะหน้าทองให้ สำหรับบาตรทางวัดก็ตั้งไว้ได้เงินเท่าไรก็เป็นเรื่องของวัด ข้างตัวท่านเองท่านไม่มีราคา และหากว่าว่างก็ไม่รังเกียจ ทำได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
ทีนี้ตกเวลากลางคืน ถึงเวลาพักผ่อนก็เป็นเวลาที่มหรสพเลิกแล้วเป็นเวลาสักหกทุ่ม เขาก็จัดกุฏิให้พักหลังหนึ่งเป็นกุฏิ ๒ ชั้น อาตมากับหลวงพ่อจงพักอยู่ด้วยกัน ทีนี้เวลาประมาณตี ๒... -
ศาสตร์ลี้ลับ!! "สักยันต์" ฟัน แทง ไม่เข้า!! มีมานานในอดีต แต่ต้องยึดมั่นในข้อห้ามอย่างเคร่งครัด แม้จากโลกไปแล้ว เนื้อหนังยังไม่สลาย!!
ศาสตร์ลี้ลับ!! "สักยันต์" ฟัน แทง ไม่เข้า!! มีมานานในอดีต แต่ต้องยึดมั่นในข้อห้ามอย่างเคร่งครัด แม้จากโลกไปแล้ว เนื้อหนังยังไม่สลาย!!
การสักที่เกี่ยวเนื่องกับความเชื่อ วัตถุประสงค์ของการสัก ผู้ชายบางคนจะสักยันต์ด้วยเหตุผลทางเวทมนต์คาถาเพื่อความแข็ง แกร่งของจิตใจและต้องการอยู่ยงคงกระพัน ซึ่งเป็นความเชื่ออย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นประเพณีนิยมใน ชนบางกลุ่ม การสักลักษณะนี้จะสักให้เฉพาะชายฉกรรจ์เท่านั้น การสักมีลักษณะที่สอดแทรกไว้ด้วยความเชื่อและพิธีกรรมหลายอย่าง เช่น ก่อนทำการสักจะต้องมีการทำพิธีไหว้ครู
ในการสักนั้นก็จะประกอบด้วยการร่ายเวทมนต์โดยอาจารย์สักจะถูผิวหนังของผู้มาสักทั้งก่อน ขณะสักลายหรือสักยันต์ และหลังจากสักเสร็จแล้ว อาจารย์สักแต่ละคนจะมีรูปแบบของลวดลายเป็นของตนเอง และผู้ที่ต้องการจะสักสามารถเลือกลายที่อาจารย์มีอยู่ได้ตามต้องการ ส่วนมากจะเป็นสัตว์ในเทพนิยาย และ เป็นอักขระขอมและเลขยันต์ อาจจะสักลายทั้งสามประเภทผสมกัน ดังนั้นลายสักของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน
การสักในประเทศไทยอาจจะมีมาแต่โบราณ แต่จะมีมาตั้งแต่สมัยใด ไม่มีหลักฐานชัดเจน... -
อิทธิฤทธิ์พญานาค!! เพื่อนหลวงปู่ตื้อเกิดเป็นพญานาค!!! หลวงปู่ชอบรู้ได้ด้วยญาณ แผ่ส่วนกุศลให้ จนดีใจสำแดงฤทธิ์ เล่นเอาแผ่นดินสะเทือน
อิทธิฤทธิ์พญานาค!! เพื่อนหลวงปู่ตื้อเกิดเป็นพญานาค!!! หลวงปู่ชอบรู้ได้ด้วยญาณ แผ่ส่วนกุศลให้ จนดีใจสำแดงฤทธิ์ เล่นเอาแผ่นดินสะเทือน
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ท่านบอกว่า เมื่อครั้งที่ถ้ำผาจมยังไม่ได้เป็นวัดวาศาสนาเหมือนกับปัจจุบันที่เราเห็น ตอนท่านกับหลวงปู่พรหม จิรปุญฺโญ พากันมาพักภาวนา ถ้ำผาจมยังเป็นป่าเขา ไม่มีบ้านเรือนผู้คน เนื่องจากชาวบ้านที่นี่สมัยก่อนเขากลัวผีถ้ำผาจม จึงไม่มีใครกล้าเข้ามาอยู่อาศัย
พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านว่าที่ถ้ำผาจมผีไม่ดุอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจหรอก สิ่งที่ดุอยู่ถ้ำผาจม คือ พญานาคเฝ้าสมบัติพระศาสนา
ท่านบอกถ้าใครไปก้าวก่ายกับสมบัติเก่าของพระศาสนา อยู่ที่นี่มักจะได้รับอันตราย จากฤทธิ์ร้ายของนาค คนสมัยก่อนจึงไม่มีใครกล้าเข้าไปหักร้างถางพง ทำอะไรไม่ดีกับถ้ำผาจม
ท่านบอกคนที่นี่สมัยนั้น เขายังไม่คุ้นเคยกับพระป่ากรรมฐานเท่าไร พอเห็นพระป่ากรรมฐานนุ่งห่มผ้าสีแก่นขนุนหม่นหมองเดินไปบิณฑบาต เขาจะไม่กล้าออกมาใส่บาตร ยิ่งเป็นลูกเล็กเด็กแดง พอเจอพระป่ากรรมฐาน จะพากันร้องไห้วิ่งหนีกันจ้าละหวั่น ไม่กล้าออกมาดู
องค์ท่านเล่าอย่างขำๆ พวกเด็กน้อยเห้นพระป่ากรรมฐาน เขาจะเรียกพวกเราว่า ตุ๊ดงๆ... -
"ที่พึ่งที่อาศัยของใจ" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
"ที่พึ่งที่อาศัยของใจ"
" .. "การบำเพ็ญจิตตภาวนา ก็เพื่อ ใจจะมีที่อาศัย ใจจะมีที่ยึด ใจจะมีเรือนของใจเป็นที่อาศัย" ใจย่อมมีความร่มเย็น เพราะมีที่พึ่งที่ยึดที่เกาะ
ฉะนั้น "การสร้างที่พึ่งสำหรับใจจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก" อย่างน้อยก็ให้เสมอกันกับสิ่งภายนอกที่กายต้องอาศัย มากกว่านั้นก็เป็นไปตามวัย ยิ่งวัยแก่เข้ามามากเพียงไร ก็ยิ่งจะเสาะแสวงหาที่พึ่งทางจิตใจให้มีความแน่นหนามั่นคงยิ่งขึ้น
"ใจเมื่อได้รับการอบรมโดยสม่ำเสมอ ย่อมจะมีความเจริญ มีความผาสุกร่มเย็น มีความผ่องใส มีความสงบเย็น เป็นที่แน่ใจแก่ตนเองขึ้นโดยลำดับ" จนกระทั่งแน่ใจจริง ๆ สิ่งภายนอกอะไรจะได้จะเสียไป ไม่สำคัญ เมื่อจิตมีที่ยึดมีหลักเกณฑ์ภายในตัวแล้ว .. "
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน -
“สมเด็จพระวันรัต” เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศ ลาออกจากเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติ
“สมเด็จพระวันรัต” เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศ ลาออกจากเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติ
เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายประดับ โพธิกาญจนวัตร โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ครั้งที่ 16/2560 ว่า การประชุมครั้งนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงลาประชุม โดยมีสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พรหมคุตโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต กรรมการมส. ปฏิบัติหน้าที่ประธานการประชุม
ทั้งนี้ ก่อนที่จะเริ่มระเบียบวาระการประชุม สมเด็จพระวันรัต แจ้งต่อที่ประชุมว่า ขอลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ซึ่งที่ประชุมมหาเถรฯ ได้รับทราบและได้มีหารือถึงพระมหาเถระที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งดังกล่าว จึงมีมติทูลถวายตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุตแด่สมเด็จพระสังฆราช
สำหรับ ตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต คือ เจ้าคณะใหญ่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกครองคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกายทุกภาคทั่วประเทศ โดย สมเด็จพระวันรัต ขึ้นดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2558 แทนสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก... -
ฟังแล้วขนลุก!! พระอริยะเจ้ากล่าวถึงพระเจ้าอยู่หัว ร.9
ฟังแล้วขนลุก!! พระอริยะเจ้ากล่าวถึงพระเจ้าอยู่หัว ร.9
ปลดล็อค :- Published on Mar 23, 2017 -
มิตรภาพทางศาสนา เชื่อมสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม"พระสังฆราช"มีพระปฏิสันถารด้วยทูตเวียดนาม เผยทรงเป็นสหายธรรมกับพระอนัมนิกายชื่อดัง "ท่านบ๋าวเอิง"!
มิตรภาพทางศาสนา เชื่อมสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม"พระสังฆราช"มีพระปฏิสันถารด้วยทูตเวียดนาม เผยทรงเป็นสหายธรรมกับพระอนัมนิกายชื่อดัง "ท่านบ๋าวเอิง"!
“มิตรภาพทางศาสนา เชื่อมสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม” สมเด็จพระสังฆราช มีพระปฏิสันถารด้วยทูตเวียดนาม พร้อมยืนยันเถรวาทและอนัมนิกายคืออนัมนิกายเป็นเพื่อนสหธรรมิกกัน
เย็นวันอาทิตย์ ที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๐ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลง ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประทานพระวโรกาสให้ นายเหวียน เติ๊ด ถั่ญ เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทย เฝ้าถวายสักการะ เนื่องในโอกาสที่จะทรงเจริญพระชนมายุ ๙๐ พรรษา ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๐
เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทย กราบทูลแสดงความสำนึกในพระเดชพระคุณ ว่า
"เวียดนามมีผู้นับถือพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมากกว่าสิบล้านคน มีวัดกว่า ๑๕,๐๐๐ วัด แม้จะน้อยกว่าไทย แต่ก็ยินดีที่ไทยและเวียดนามมีจุดร่วมอันดีงามเหมือนกัน ปัจจุบันเราทั้งสองประเทศเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างดีเยี่ยมยิ่งกว่ายุคใดๆ ในอดีต ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙... -
22 มิย.60 จัดงานวันครบรอบ 145ปี วันมรณภาพสมเด็จโต ที่ วัดระฆังโฆสิตาราม และ วัดอินทรวิหาร
22 มิย.60 จัดงานวันครบรอบ 145ปี วันมรณภาพสมเด็จโต
ที่ วัดระฆังโฆสิตาราม และ วัดอินทรวิหาร
ขอเชิญร่วมงานบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสีและอดีตบูรพาจารย์ขิงวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ในวันพฤหัสบดีที่22มิถุนายน2560 ณพระอุโบสถวัดระฆังฯ
9.00น.มอบทุนการศึกษาแก่พระภิกษุสงฆ์ สามเณร นักเรียนฯ
10.00น.พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์20รูป สวดพุทธมนต์
11.00น.พระสงฆ์สามเณร 200รูป ฉันภัตตารหารเพล
13.00น.สวดชินบัญชร
14.00น.พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์400รูป รับทักษิณานุปทา
ติดต่อเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารเพล
พระครูสิริธรรมวิภูษิต089-9947489
พระครูวินัยธรสมชาย ปุปผโก 089-8172724
วัดระฆังอยู่ใกล้โรงพยาบาลศิริราช เดินทางทางเรือก็สะดวก ลงท่าน้ำพรานนก แล้วเดินเข้าซอยวังหลังไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ถึง
หรือจะลงท่าช้าง แล้วนั่งเรือข้ามฟากมาลงท่าวัดระฆัง
หรือนั่งรถเมล์สาย57 มาลงหน้าวัดเลย
มารถส่วนตัว นำรถเข้ามาจอดได้มีอาคารจอดรถ แต่วันงานรถคงติดมาก
ช่วงนี้ทางวัดระฆังมีโครงการก่อสร้างภายในวัด มีสร้างสมเด็จโตองค์ใหญ่ และสร้างที่ประดิษฐานระฆังใบใหญ่ สามารถร่วมบุญได้โดยตรงที่วัด โดยถวายท่านเจ้าอาวาส... -
อิทธิปาฏิหาริย์,อาเทศนาปาฏิหาริย์,อนุสาสนีปาฏิหาริย์ตามคัมภีร์
ปาฏิหาริย์
หมายความว่า ถึงแม้ว่า อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์จะมีจริง แต่การปฏิบัติตามหลักการ และการเข้าถึงจุดหมายของพระพุทธศาสนา ย่อมเป็นไปได้ โดยไม่ต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งเหนือสามัญวิสัยนั้น แต่ประการใดเลย
สำหรับเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ มีพุทธพจน์ว่าดังนี้
พระพุทธเจ้า: นี่แน่ะสุนักขัตต์ เธอเข้าใจว่าอย่างไร ? เมื่อเราทำอิทธิปาฏิหาริย์ ซึ่งเป็นธรรมของมนุษย์ยิ่งยวดก็ตาม ไม่ทำก็ตาม ธรรมที่เราได้แสดงแล้วเพื่อประโยชน์ที่มุ่งหมายใด จะนำออกไปเพื่อ (ประโยชน์ที่มุ่งหมายนั้น คือ) ความหมดสิ้นทุกข์โดยชอบ ได้หรือไม่ ?
สุนักขัตต์: พระองค์ผู้เจริญ เมื่อพระองค์กระทำอิทธิปาฏิหาริย์ ซึ่งเป็นธรรมของมนุษย์ยิ่งยวดก็ตาม ไม่ทำก็ตาม ธรรมที่พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงเพื่อประโยชน์ที่มุ่งหมายใด ก็ย่อมจะนำออกไปเพื่อ (ประโยชน์ที่มุ่งหมายนั้น คือ) ความหมดสิ้นทุกข์โดยชอบได้
พระพุทธเจ้า: นี่แน่ะสุนักขัตต์ เธอเข้าใจว่าอย่างไร ? เมื่อเราบัญญัติสิ่งที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของโลกก็ตาม ไม่บัญญัติก็ตาม ธรรมที่เราได้แสดงไว้แล้วเพื่อประโยชน์ที่มุ่งหมายใด จะนำออกไปเพื่อ... -
เรื่องขบขันของพระน้อยหัวดื้อ กับท่านพระอาจารย์มั่น โดย พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
เรื่องขบขันของพระน้อยหัวดื้อ กับท่านพระอาจารย์มั่น โดย พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
พอออกพรรษาที่ ๓ ได้เพียง ๕ วัน ท่านเจ้าคุณอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสฺโส) ก็มารับข้าพเจ้า (พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ) นำไปฝากให้อยู่กับท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร ที่วัดป่าบ้านหนองผือ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ข้าพเจ้าได้มีโอกาสศึกษาอบรมอยู่กับท่าน ได้ฟังโอวาทของท่านตลอดฤดูแล้ง จนกระทั่งถึงเวลาเข้าพรรษาของปีใหม่ และได้อธิษฐานพรรษาอยู่กับท่านจนตลอดพรรษาที่ ๔…
อันที่จริงสมควรจะเล่าถึงความน่าขายหน้าของพระผู้น้อยผู้หนึ่งไว้ให้เป็นอนุสรณ์ ณ ที่นี้ด้วย จะได้ทำให้เข้าใจได้ง่ายเข้าว่า พระที่เข้ารับการอบรมกับท่านพระอาจารย์ใหญ่มั่นนั้น ควรจะต้องสำรวมกาย สำรวมใจ ตั้งสติระมัดระวังมิให้พลั้งเผลอเพิ่มขึ้นเพียงไร
เมื่อพระน้อยองค์นั้นไปอยู่วัดป่าบ้านหนองผือใหม่ๆ ใจก็อดคิดตามประสาปุถุชนไม่ได้ว่าเขาเล่าลือกันว่าท่านอาจารย์ใหญ่ของเราเป็นพระอรหันต์ เราก็ไม่ทราบว่าจริงหรือไม่ ถ้าเป็นอรหันต์จริงคืนนี้ก็ให้มีปาฏิหาริย์ให้เห็นปรากฏด้วย
ในคืนวันนั้นเอง พอพระน้อยผู้นั้นภาวนา ก็ปรากฏนิมิตเห็นท่านพระอาจารย์ใหญ่เดินจงกรมอยู่บนอากาศ... -
"พึงปฏิบัติธรรมให้เกิดขึ้นในตน" (สมเด็จพระญาณสังวร)
"พึงปฏิบัติธรรมให้เกิดขึ้นในตน"
" .. บัณฑิตในทางธรรม หมายถึง "ผู้ความรู้ในทางธรรมและปฏิบัติธรรม มีธรรมเป็นสมบัติของตน" มิใช่สักแต่เพียงรู้ธรรมด้วยการศึกษาจดจำข้อธรรมทั้งหลายไว้ขึ้นใจได้เท่านั้น พูดได้สอนได้เท่านั้น "แต่ต้องปฏิบัติธรรมด้วยให้มีธรรมเป็นสมบัติของตน"
การรักษาธรรม แม้จะรอบรู้กว้างขวางเพียงไรท่องจำขึ้นใจได้มากน้อยเพียงไหน "ถ้าไม่ปฏิบัติธรรมให้เกิดขึ้นในตน ธรรมนั้นก็ยังหาใช่สมบัติของตนไม่" เช่นเดียวกับความรู้วิชาการทางโลก ผู้ที่อ่านหนังสือมากมายโดยไม่เข้าใจเรื่องราว ที่เปรียบว่าอ่านเหมือนนกแก้วนกขุนทองหัดพูด "ความรู้หรือวิชาการในหนังสือที่อ่านนั้นก็หาใช่สมบัติของผู้อ่านนั้นไม่"
"อันสมบัติของบัณฑิต ทั้งทางโลกและทางธรรมเป็นสมบัติของผู้ใดแล้ว ก็จะเป็นของผู้นั้นตลอดไป" ไม่อาจมีผู้ช่วงชิงไปได้ "ผู้ใดมีความรู้ความเข้าใจใช้ประโยชน์ได้จริงในวิชาการทางโลกแล้ว วิชาการนั้นก็จะเป็นสมบัติของผู้นั้นตลอด" .. "
"แสงส่องใจ ตุลาคม ๒๕๓๖"
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๙ -
ฝึกกรรมฐานจากศพวัดสระเกศ!!
ฝึกกรรมฐานจากศพวัดสระเกศ!!
ตำนานป่าช้ากับอสุภกรรมฐานวัดสระเกศ
เทศนาโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)
“วัดสระเกศเป็นแดนอสุภกรรมฐาน ในยุคต้นรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) และพระสำคัญๆ ต้องมานั่งเจริญอสุภกรรมฐานที่วัดสระเกศกันทั้งนั้น เพราะมีป่าช้าใหญ่อยู่ที่นี่ อยู่ตรงประปา เรียกว่า “ศาลากรรมฐาน” เมื่อก่อนไม่เจริญอย่างเดี่ยวนี้ คนตายต้องเอามาตั้งเป็นแถว ถ้ายังไม่เผาก็ตั้งรออยู่อย่างนั้น พระสวดบางทีก็ไม่มีหีบศพ พระที่มาสวดก็ไปนั่งใกล้ๆ ศพ พอเย็นๆ สัก ๔-๕ โมง พระที่ท่านต้องการพิจารณาอสุภกรรมฐานก็จะออกมา มาแล้วก็พิจารณาซากศพ ดูซากศพแล้วก็ไปพิจารณา เขามีศาลาอยู่เรียกว่า “ศาลากรรมฐาน” สำหรับพระมาเจริญอสุภกรรมฐาน พอมาถึงก็ฉันน้ำร้อนน้ำชา มีคนจัดน้ำร้อนน้ำชาถวาย ฉันน้ำร้อนน้ำชาเสร็จแล้วก็ออกไปยืนเพ่งดูซากศพ ว่าเป็นลักษณะอย่างนี้ ๆ เพ่งจนเกิดความรู้สึกประทับอยู่ในใจได้แล้ว ไม่ใช่ประทับใจแบบชอบใจไม่ชอบใจ แต่ประทับใจแบบจดจำจนติดตาได้แม่นแล้วก็กลับไป พอกลับไปแล้วก็เอาภาพนั้นไปพิจารณาที่วัด อย่างพระที่สำคัญในยุคนั้น เช่น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ก็มาพิจารณาอสุภกรรมฐานที่วัดสระเกศ... -
คุณเป็น “มนุษย์” แบบไหน? คุณมีภพภูมิใดสถิตย์ในตัว
คุณเป็น “มนุษย์” แบบไหน? คุณมีภพภูมิใดสถิตย์ในตัว พระอาจารย์ฝั้น
เปรตหรือความเป็นเปรตนั้นอยู่ใกล้ตัวเรามาก และง่ายมากที่คนจะกลายเป็นเปรต ความเป็นเปรตนั้นไม่ต้องรอให้ตายก่อนค่อยเป็นเปรต คนที่ยังมีชีวิตอยู่นี้ ก็กลายเป็นเปรตได้ พระพุทธเจ้าเรียกว่า “มนุสสเปโต” แปลว่า มนุษย์เปรต หรือ เปรตในคราบของมนุษย์ ซึ่งถ้าว่ากันโดยแก่นแท้แล้ว ความที่คนจะเป็นคนหรือเป็นอะไรนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับร่างกายที่เป็นมนุษย์ แต่ขึ้นอยู่กับสภาพของจิตว่ามีคุณธรรมความดีมากน้อยแค่ไหน ดังที่ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ท่านได้จำแนกมนุษย์ออกเป็น ๗ จำพวก คือ
๑. มนุสสนิรโย มนุษย์สัตว์นรก หรือสัตว์นรกในคราบมนุษย์ คือร่างกายเป็นมนุษย์แต่จิตใจและพฤติกรรมกลับชั่วช้าเลวทราม ก่อกรรมทำบาปได้เยี่ยงสัตว์นรก เช่น ลูกที่ฆ่าพ่อฆ่าแม่ ลูกที่เสพยาบ้าแล้วข่มขืนแม่บังเกิดเกล้าของตน คนเช่นนี้แม้ว่าร่างกายจะเป็นมนุษย์แต่พฤติกรรมของเขาช่างเหี้ยมโหด ชั่วช้าไม่ต่างอะไรกับสัตว์นรก
๒. มนุสสเปโต มนุษย์เปรต หรือเปรตในคราบมนุษย์ คือร่างเป็นมนุษย์แต่จิตใจเป็นเปรต เปรตแปลว่า ผู้ละไปแล้ว หมายถึง ผู้ยอมละทิ้งความดี... -
หลวงปู่สิมเห็นนิมิต!! ...หรือว่าท่านพ่อลีจะเป็นพระเจ้าอโศกมหาราชกลับชาติมาเกิด?!!
หลวงปู่สิมเห็นนิมิต!! ...หรือว่าท่านพ่อลีจะเป็นพระเจ้าอโศกมหาราชกลับชาติมาเกิด?!!
"ท่านพ่อลี ธัมมธโร" เป็นศิษย์รุ่นใหญ่ของหลวงปู่มั่น ท่านเป็นผู้ก่อตั้งวัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นวัดสำคัญที่มีบทบาทด้านการอบรมกรรมฐานแก่พระเณรและประชาชนทั่วไปในเขตปริมณฑล
สาเหตุที่ท่านพ่อลีตั้งชื่อวัดแห่งนี้ว่า "อโศการาม" ก็เพราะเมื่อตอนที่ท่านได้จาริกแสวงบุญไปยังสังเวชนียสถาน (สถานที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน) ในประเทศอินเดีย ท่านได้เกิดความรู้สึกชื่นชมพระเจ้าอโศกมหาราชเป็นอย่างมากที่ทรงศรัทธาพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้าและเสียสละทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งชีวิตเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ยิ่งเมื่อได้เห็นพระเจดีย์และสถูปที่พระเจ้าอโศกมหาราชสร้างไว้อยู่ในสภาพทรุดโทรมและหักพังจึงทำให้ท่านพ่อลีคิดจะสร้างทดแทนเอาไว้ที่ประเทศไทย และเนื่องจากท่านต้องการที่จะเทิดพระเกียรติพระเจ้าอโศกมหาราช เมื่อมีโอกาสสร้างวัด ท่านจึงตั้งชื่อวัดแห่งนี้ว่า "อโศการาม"
ท่านพ่อลี ธัมมธโร
ส่วนคำร่ำลือที่ว่า "ท่านพ่อลีก็คือพระเจ้าอโศกมหาราชกลับชาติมาเกิด" นั้น ท่านเองก็ไม่เคยพูด... -
"หลวงปู่จันทร์ศรีฯ ไปวัดบวรฯ" (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป)
"หลวงปู่จันทร์ศรีฯ ไปวัดบวรฯ"
" .. ท่านเล่าเหตุการณ์ย้อนหลังให้ฟังว่า "หลวงปู่บอกหลวงปู่ดีเนาะว่า อยากเข้าวัดบวรฯ" ท่านก็ถามวันเดือนปีเกิด แล้วก็คำนวณเลข ๗ ตัว ตามหลักโหราศาสตร์ เสร็จแล้วก็บอกว่า เออได้ นัดพบกันวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๘ เวลา ๑ ทุ่ม ที่หน้าบันไดกุฏิสมเด็จฯ เพื่อนำเข้าฝากสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น สุจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร หลวงปู่ดีเนาะ ท่านมาตรงเวลา เบื้องแรกพบกันที่บันได ..
- สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ ทรงทักทายว่า "มาอิหยัง"
- หลวงปู่ดีเนาะ ตอบว่า "ดีเนาะหลวง สำคัญเนาะหลวง" แล้วขึ้นกุฏินั่งเรียบร้อย
- สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ ถามหลวงปู่ดีเนาะว่า "บวชเดือนไหน"
- หลวงปู่ดีเนาะ ตอบว่า "บวชขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๖"
- สมเด็จฯ ทรงตรัสว่า "บวชก่อนเรา" ท่านบอกให้หลวงปู่ดีเนาะกราบพระ แล้วสมเด็จฯ ก็กราบหลวงปู่ดีเนาะ
- แล้วจึงถามหลวงปู่ดีเนาะว่า "มาธุระอะไร"
- หลวงปู่ดีเนาะ ตอบว่า "ดีเนาะหลวง สำคัญเนาะหลวง นำพระจันทร์ศรี จนฺททีโป มาฝาก ให้ศึกษาเล่าเรียนภาษาบาลี"
- สมเด็จฯ ถามว่า "พระอยู่ไหน"
- หลวงปู่ดีเนาะบอกว่า "ที่นั่งอยู่นี่"
- สมเด็จฯ ถามว่า "พระองค์เล็ก ๆ นี่หรือ"
-... -
อัศจรรย์ยิ่ง!! เมื่อ"หลวงพ่อปาน" แสดงอิทธิฤทธิแก่ "หลวงปู่คำคะนิง"
อัศจรรย์ยิ่ง!! เมื่อ"หลวงพ่อปาน" แสดงอิทธิฤทธิแก่ "หลวงปู่คำคะนิง"
หลวงปู่ปาน วัดบางนมโค แสดงอิทธิฤทธิ์กับ หลวงปู่คำคะนิง วัดถ้ำคูหาสวรรค์
...เมื่อหลวงปู่คำคะนิงเดินธุดงค์ผ่านเข้าเขตเชียงตุง(ประเทศพม่าในปัจจุบัน ห่างจากด่านอ.แม่สายของไทยประมาณร้อยกว่ากม.) ในเขตป่าใหญ่เทือกเขาแห่งหนึ่งเป็นภูเขาดิน มีอุโมงค์พอที่จะเป็นที่พักพิง หลวงปู่ท่านจึงคิดในใจว่าจะเอาที่ตรงนี้เป็นที่ตายโดยจะไม่ให้ใครเห็นแม้แต่ซากศพของท่านเอง หลวงปู่ท่านได้อยู่มาถึงหนึ่งพรรษา หลังจากผ่านไปประมาณเดือนห้าหรือเดือนหก หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้พาคณะธุดงค์ผ่านมาในเขตเชียงตุง มาพบหลวงปู่คำคะนิงในป่าลึก
...ครั้นเมื่อพบกัน หลวงพ่อปานก็พูดขึ้นว่า
“ เออ...นี้พระหรือคน ”
หลวงปู่คำคะนิงได้ยิน ก็เกิดโมโหเดือดดาลขึ้นมาทันที แล้วพูดขึ้นว่า
“ พระนะมันอยู่ที่ไหน เฮ้ย...พระมันอยู่ที่ไหนวะ ”
หลวงพ่อปานท่านก็ย้อนตอบว่า
“ อ้าว...ก็เห็นผมยาว ผ้าก็อีหรุปุปะสีเหลืองก็ไม่มี แล้วใครเขาจะรู้ว่าพระหรือคน ”
หลวงปู่คำคะนิงท่านก็ถามหลวงพ่อปานว่า
“ พระมันอยู่ที่ผมหรือวะ ” หลวงพ่อปานตอบว่า ไม่ใช่... -
ท่านพ่อลี ธมฺมธโร แนะนำหลักในการนั่งสมาธิ
.....จะแนะนำหลักในการนั่งสมาธิ ของท่านผู้ที่มาใหม่ยังไม่เคยทำ พอให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้
๑. ให้ตั้งใจว่าเรื่องราวอะไรทั้งหมด เราจะไม่เก็บมาคิดนึก จะนึกถึงแต่พุทธคุณอย่างเดียว คือ "พุทโธ"
๒. ตั้งสติกำหนดนึถึงลมหายใจเข้าว่า พุท ออกว่า โธ หรือจะนึก พุทโธๆ อยู่ที่ใจอย่างเดียวก็ได้
๓. ทำจิตให้นิ่ง แล้วทิ้งคำภาวนา "พุทโธ" เสีย ให้สังเกตแต่ลมที่หายใจเข้าออกอย่างเดียว เหมือนกับเรายืนเฝ้าดูวัวของเราอยู่ที่หน้าประตูคอก ว่าวัวที่เดินเข้าไปและออกมานั้น มันเป็นวัวสีอะไร สีดำ แดง ขาว ด่าง วัวแก่หรือวัวหนุ่ม เป็นลูกวัวหรือวัวกลางๆ แต่อย่าไปเดินตามวัวเข้าไปด้วย เพราะมันจะเตะขาแข้งหักหรือขวิดตาย ให้ยืนดูอยู่ตรงหน้าประตูแห่งเดียว หมายความว่า ให้จิตตั้งนิ่งอยู่เฉยๆ ไม่ต้องเคลื่อนไหวไปกับลม
ที่ว่าให้สังเกตลักษณะของวัวก็คือให้รู้จักสังเกตว่า ลมเข้าสั้นออกสั้นดี หรือลมเข้ายาวออกยาวดี ลมเข้ายาวออกสั้นดี หรือลมเข้าสั้นออกยาวดี ให้รู้ลักษณะของลมว่าอย่างไหนเป็นที่สบาย ก็ทำไปอย่างนั้นเรื่อยไป
ต้องทำให้ได้อย่างนี้ทั้ง ๓ เปราะ คือ เปราะแรกภาวนา พุทโธๆ ตั้งใจนึกด้วยสติหรือด้วยใจ เปราะที่สอง... -
"รู้แจ้งในรัก โลภ โกรธหลง" (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)
"รู้แจ้งในรัก โลภ โกรธหลง"
" .. ถ้าผู้ใดมารู้แจ้งในนามในรูปนี้แล้ว ปล่อยวางไว้ตามสภาพอย่างนี้แล้ว กิเลสเหล่านั้นมันจะไม่งอกงามเจริญขึ้นในจิตใจได้เลย
อย่างเช่น "ความรักอย่างนี้ ไม่ทราบว่าจะรักไปทำไม รูปนี้มันก็ไม่เที่ยง ทั้งไม่สะอาดด้วยอย่างนี้" ทั้งเป็นทุกข์ แปรปรวนไปอยู่อย่างนั้น "ทั้งรูปนี้และรูปอื่น ไม่ทราบว่าจะรักมันไปทำไม" เมื่อมันเห็นชัดลงไปอย่างนี้แล้ว มันก็บรรเทาความรักลงได้
"แม้ความโลภก็เหมือนกันแหละ" ไม่ทราบว่าจะไปแย่งชิงเอาสมบัติผู้อื่น มาเป็นของตนทำไม่ล่ะ ในเมื่อร่างกายอันนี้ นามรูปนี้มันไม่ใช่ตัวตน แล้วมันไม่ยั่งยืนอะไรแล้ว "จะไปแย่งชิงเอามาทำไม ให้เป็นกรรม เป็นเวรเป็นบาปเปล่า ๆ" มันรู้มันเห็นขึ้นมาอย่างนี้แล้ว ความโลภมันก็ เบาบางลงไป
"ความโกรธก็เหมือนกัน" ขอให้พากันพิจารณาดูให้ดี ความหลงก็เหมือนกัน "ความหลงก็หมายถึง ความไม่รู้แจ้งในความดี ความชั่วนั้นเองแหละ" เห็นดีเป็นชั่วไป เห็นชั่วเป็นดีไป เห็นสุข กลายเป็นทุกข์ไป "เห็นทุกข์กลายเป็นสุขไปอย่างนี้นะ นี่แหละเรียกว่า หลง ไม่รู้จริงตามเป็นจริง" เห็นของไม่เที่ยงว่าเป็นของเที่ยงไป .. "
หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ -
มาเถิดมา ลูกเอ๋ย หลานเอ๋ย...ที่นี่ไม่มีวุ่นวาย
มาเถิดมา ลูกเอ๋ย หลานเอ๋ย ที่นี่ไม่มีวุ่นวาย
ที่นี่ไม่ขัดข้อง รีบมาเถิด
คำสอนแต่ละบท แต่ละบาท
คล้าย ๆ กับว่า พระบรมศาสดาเรียกอยู่ทุกวัน
เรียกลูก ๆ หลาน ๆ ให้เข้าสู่พระนิพพาน
ที่นั้นเป็นที่วุ่นวาย ที่นั้นเป็นที่ขัดข้อง
ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง
คือ ที่จิตที่ใจขององค์ท่านไม่มีหลง
เรียกว่าไม่วุ่นวาย เรียกว่าไม่ขัดข้อง
เป็นธรรมะอันไม่ตาย
คำสอนแต่ละบท แต่ละบาท เรียกเข้าสู่พระนิพพานทั้งนั้น
ไม่ได้เรียกให้คิด ไม่ได้เรียกร้องให้คิดอยู่ในมนุษย์สมบัติ
สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ
ให้เห็นโทษในมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พรหมสมบัติ
เพราะอยู่ใต้อำนาจอนิจจัง
เกิดขึ้นแล้วก็แปรปรวนและแตกสลาย
ไม่มีใครเป็นเจ้าเป็นจอมเป็นจริงอยู่
ไม่มีกลางวัน กลางคืน อีกด้วย
ไม่ลงธรรมาสน์อีกด้วย ไม่จบเกษียณอีกด้วย
ในไตรโลกธาตุอยู่ใต้อำนาจ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาเสียแล้ว
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นผู้ปกครองโลก
เมื่ออนิจจัง ทุกขัง อนัตตาเป็นผู้ปกครองโลกแล้ว
ใครจะมาเป็นเจ้าโลก อยู่ในที่นี้
ก็มีแต่ แก่ เจ็บ ตาย และความไม่เที่ยงเป็นเจ้าโลก
ความเป็นทุกข์เท่านั้นเป็นเจ้าโลก
ทุกข์เป็นภัยใหญ่ของโลก
แฉให้เห็นชัดในปัจจุบันจิต... -
คุณค่าทางจริยธรรมของหลักกรรมตามพุทธพจน์ ดังนี้
คุณค่าทางจริยธรรม
กล่าวโดยสรุป คุณค่าที่ต้องการในทางจริยธรรมของหลักกรรม ดังนี้
๑) ให้เป็นผู้หนักแน่นในเหตุผล รู้จักมองเห็นการกระทำ และผลการกระทำ ตามแนวทางของเหตุปัจจัย ไม่เชื่อสิ่งงมงาย ตื่นข่าว เช่น เรื่องแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น
๒) ให้เห็นว่าผลสำเร็จที่คนต้องการ จุดหมายที่ปรารถนาจะเข้าถึง จะสำเร็จได้ด้วยการลงมือทำ
- จึงต้องพึ่งตน และทำความเพียรพยายาม
- ไม่รอคอยโอกาส หรือหวังผลด้วยการอ้อนวอนเซ่นสรวงต่อปัจจัยภายนอก
๓) ให้มีความรับผิดชอบต่อตนเองที่จะงดเว้นจากกรรมชั่ว และรับผิดชอบต่อผู้อื่น ด้วยการกระทำความดีต่อเขา
๔) ให้ถือว่า บุคคลมีสิทธิ์โดยธรรมชาติที่จะทำการต่างๆ เพื่อแก้ไขปรับปรุง สร้างเสริมตนเองให้ดีขึ้นไป โดยเท่าเทียมกัน สามารถทำตนให้เลวลงหรือให้ดีขึ้น ให้ประเสริฐจนถึงยิ่งกว่าเทวดาและพรหมได้ทุกๆคน
๕) ให้ถือว่าคุณธรรม ความสามารถ ความประพฤติปฏิบัติ เป็นเครื่องวัดความทรามหรือประเสริฐของมนุษย์ ไม่ให้มีการแบ่งแยกโดยชาติชั้นวรรณะ
๖) ในแง่กรรมเก่า ให้ถือเป็นบทเรียน และรู้จักพิจารณาเข้าใจตนเองตามเหตุผล ไม่ค่อยเพ่งโทษแต่ผู้อื่น... -
"พญานาคฟังธรรม" (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
"พญานาคฟังธรรม"
" .. ท่านก็ไม่เคยพูดนะ ท่านพึ่งพูดวันนั้นละ "คือพญานาค พวกนี้เป็นงูนะ" ให้ทำร่องรอยให้ดู ท่านบอกอย่างนั้นนะ ท่านสั่งพญานาคเวลามาหาท่านตอนกลางคืน เวลาจะกลับไป .. "แต่งตัวเป็นกษัตริย์เป็นคนธรรมดาเรานี้ มาคุยธรรมะกับท่านเวลาจะลงไปให้ทำร่องรอยไว้หน่อย" ทำร่องรอยว่าพญานาคมาเยี่ยมเมื่อคืนนี้ บอกพญานาคให้ทำร่องรอย
"ออกไปมีแต่รอยงู ออกจากกุฏิไปรอยงูออกไป พญานาคนี้เป็นงูนะ" ท่านสั่งนะ ท่านสั่งพญานาคเอง "ลงไปนี้ให้ทำร่องรอยเอาไว้นะว่า พญานาคมาเยี่ยม" ออกไปมีแต่รอยงูออกไป รอยงู รอยพญานาคไม่มี "มีแต่รอยงู เวลาขึ้นมาเป็นคนเป็นกษัตริย์เป็นหัวหน้ามา" พญานาคมาหาท่านตอนกลางคืน วันนี้เท่านั้นละนะ .. "
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=5784&CatID=2 -
ไม่มีเวลาทำสมาธิ : หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
ผู้ถาม - "หลวงพ่อคะ หนูไม่ค่อยจะมีเวลาทำสมาธิค่ะ...?"
หลวงพ่อ - คนที่ไม่มีเวลาไม่มี นอกจากขี้เกียจ
ผู้ถาม - "ถ้ากลางวันทำงานและกลางคืนก็ติดธุระ บางทีจะนั่งสมาธิลูกก็กวน"
หลวงพ่อ - จะไปนั่งทำไม ให้ลูกมันหลับเวลาเรานอนน่ะ สมาธิทำทั้งนั่ง นอน ยืน เดิน เขาไม่ได้ห้ามต้องนั่งเสมอไปใช่ไหม จริงๆแล้วถ้าเรามีสมาธิก่อนหลับสัก ๒ นาทีก็พอใจแล้วสมาธิไม่ต้องการมาก ที่พระพุทธเจ้าตรัสกับพระสารีบุตรว่า
"สารีปุตตะ ดูก่อน สารีบุตร บุคคลใดมีจิตว่างจากกิเลส วันหนึ่งชั่วขณะจิตหนึ่ง เราขอกล่าวว่าบุคคลนั้นเป็นผู้มีจิตไม่ว่างจากฌาณ"
เห็นไหม ก็มัวเอาแต่เรื่องนั่งที่เขาว่า อีตอนนอนนั่นแหละ นอนสบาย หัวถึงหมอนปั๊บนึกถึง นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต นึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ และภาวนา "พุทโธ" หายใจเข้านึกว่า "พุท" หายใจออกนึกว่า "โธ" หายใจ ๒ ฟื้ดหลับไปเลยใช้ได้
อย่าลืมนะตอนที่ภาวนาหลับเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีนะ ว่าถ้าจิตไม่ถึงฌานนี่มันจะไม่หลับ "ถ้าจิตถึงฌานปั๊บมันตัดหลับทันที ทีนี้ว่าถ้าภาวนาหรือว่านะโมอยู่ ถ้ามันหลับเวลานั้นมันจิตถึงฌาน ขณะที่หลับอยู่กี่ชั่วโมงเขาถือว่าทรงฌานนั้นอยู่ระหว่างหลับ"...
Page 386 of 431