คลังเรื่องเด่น
-
อัตโนนาโถ......โดยครูบาชัยยะวงศา
อัตโนนาโถ
อนึ่ง ลูกเราไม่ใหญ่เราบ่ตายมันก็ว่า
แม้ว่าลูกใหญ่มา
เขาจะไปช่วยรักษา ศีล ภาวนา ก็หาบ่ได้
แม้นว่า ข้าวของสมบัติทั้งมวล ในที่สุดก็ตกเป็นของแผ่นดินเปล่า
คือว่าใครตายก็ละไว้ บ่เอาตามไปได้สักอย่างสักอัน
เหตุนั้นบ่ควรที่เราจะห่วง มันบ่เป็นแก่นเป็นสาร
ถึงเมื่อเราตายไป ใครก็บ่ไปช่วยส่งนี้แล
สมควรผู้มีปัญญา ควรขวนขวายกระทำบุญ ให้ได้เป็นที่พึ่งแก่ตนเสียบ้าง
อัตโนนาโถ
ตัวให้เอาตัวเป็นที่พึ่ง อย่าเอาคนอื่นเป็นที่พึ่ง
ตายบ่ไปด้วยกัน
พระบัญชา กตปุญโญ(หนานบัญชา ขจรเกียติสกุล) ผู้ถอดเทด -
ของดีแต่โบราณ!! "ตะปูสังฆวานร" ธาตุกายสิทธิ์ของพญาวานร อานุภาพในการป้องกันภูตผี คุณไสยต่างๆ สิ่งอัปมงคลทั้งหลาย !!!
ของดีแต่โบราณ!! "ตะปูสังฆวานร" ธาตุกายสิทธิ์ของพญาวานร อานุภาพในการป้องกันภูตผี คุณไสยต่างๆ สิ่งอัปมงคลทั้งหลาย !!!
แท่งเหล็กเก่าคร่ำคร่า ที่เห็นในรูป ลักษณะคล้ายตะปูเก่า นั้น เป็นของดีแต่โบราณมาแล้วครับ เรียกกันว่า ตะปูสังฆวานร ตะปูสังขวานร นั้น นับเป็นวัตถุมีดีในตัวเครื่องรางกันภูตผี ในอดีตเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาอาคาแก่กล้า เมื่อต้องการจะทำหารสร้างมีดหมอ หรืออาวุธใดๆ ที่ใช้ในการป้องกันภูตผีปีศาจ หรือคุณไสยต่างๆ สิ่งที่จะขาดมิได้เลยก็คือตะปูสังขวานรครับ เนื่องจากมีอานุภาพในการป้องกันภูตผี คุณไสยต่างๆ สิ่งอัปมงคลทั้งหลาย ได้ผลชัดเจน
ตะปูสังฆวานร เกิดจากพญาวานรตนหนึ่งซึ่งลงมาจุติเกิดในภพภูมิของมนุษย์ แล้วเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา แต่ก็ยังมิวายที่จะติดใจหลงไหลในฤทธิ์อำนาจของตนเองที่ติดตัวมาตั้งแต่ อดีตชาติ เมื่อเข้ามาบวชเรียนแล้ว พญาวานรก็ยังชอบที่จะใช้ฤทธิ์ใช้อำนาจที่มีอยู่เดิม ในการเหาะเหิรเดินอากาศเพื่อที่จะไปเก็บรวบรวมเหล็กไหลธาตุ(สีขาวนวล) ที่ล่องลอยอยู่ในอากาศธาตุ ซึ่งมิได้ถูกเทพ-เทวาอัญเชิญไปเป็นฐานพระเกตุแก้ว จุฬามณี (ฐานของพระเกตุแก้วจุฬามณีเป็นวัชรธาตุ)... -
อาถรรพ์ วันพระ!! "ผีเปรต" มักออกมาขอส่วนบุญ แต่บางคนอยากเจอ อยากเห็น!! ยังโชคดี แค่"สลบ" แต่ก็บ้ามามากแล้ว อย่าลองเด็ดขาด
อาถรรพ์ วันพระ!! "ผีเปรต" มักออกมาขอส่วนบุญ แต่บางคนอยากเจอ อยากเห็น!! ยังโชคดี แค่"สลบ" แต่ก็บ้ามามากแล้ว อย่าลองเด็ดขาด
ผีเปรต คืนวันพระ
“คืนวันพระเริ่ม”
เมื่อ พ.ศ. 2530 หนูได้ไปทำงานที่จังหวัดสมุทรปราการเป็นงานเย็บผ้า และช่วงกลางคืนจะมีโอทีให้ทำและเป็นธรรมดาที่หนูชอบให้คนเล่าเรื่องผีให้ฟัง ซึ่งหนูก็ถามพี่เอกว่า เคยเห็นผีไหมถ้าเคยเห็นก็ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมพี่เอก ก็เล่าให้ฟังแต่พวกเราไม่ค่อยเชื่อว่าผีมีจริงหรือไม่ พี่เอกก็แนะนำว่าถ้าอยากเจอ เปรตให้ไปที่วัดชมนิมิตในคืนวันพระเริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึงตี 3 ซึ่งคนที่ฟังพี่เอก เล่ามี 3 คน มี จันทร์ ต้อย และหนู พี่เอกบอกว่าถ้าไปถึงวัดแล้วให้ก้มลงมองลอด ใต้ขาตัวเองแล้วจะเห็นเปรต
“นอนแน่นิ่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์”
พอถึงวันพระหนูกับเพื่อนก็ได้ไปที่วัดชมนิมิต พอไปถึงรู้สึกว่ามันเงียบ อากาศเย็น ลืมบอกไปว่า ต้องอยู่คนเดียว หนูก็พูดกับจันทร์และต้อยว่าเรามาด้วย กัน 3 คน แต่จันทร์ เป็นผู้ชายให้จันทร์เป็นคนลงมือดีกว่านะ เรามารอจันทร์อยู่ข้าง วินมอเตอร์ไซค์ประมาณสัก10 นาทีได้ ก็ได้ยินเสียงคนร้องขึ้นมา ซึ่งเราก็จำได้ว่า... -
"ทุกข์ เพราะความอยาก" (หลวงปู่ขาว อนาลโย)
"ทุกข์ เพราะความอยาก"
" .. ความทุกข์มันเกิดจากความอยาก ความใคร่ "ภวตัณหา ความอยากได้ อยากเป็น อยากมี" อยากกอบโกยเอา อยากได้มาเป็นของตัว อยากเป็นเศรษฐีคหบดี อยากเป็นราชามหากษัตริย์ "เรียกว่าภว ความอยากเป็นอยากมี"
"ความไม่พอใจเหมือนอย่างความแก่หง่อมแห่งชีวิต" ความเปลี่ยนแปลงแห่งชีวิต ความมีหนังหดเหี่ยวเป็นเกลียว ผมหงอกฟันหัก อันนี้ไม่พอใจ เสียใจ "อยากให้มันเป็นหนุ่มตึงอยู่เหมือนเก่า" ผมหงอกมันก็เอายาดำ ๆ มาย้อม แล้วมันก็ป่งขึ้นอีก(เกิดขึ้นใหม่) มันก็ขายหน้าล่ะ มันก็ดำอยู่ปลายนั่น โคน ๆ มันก็ขาว มันก็ขายหน้าอีก แล้วก็ไม่พอใจ "นี่เรียกว่า วิภวตัณหา" ตัณหาสามอย่างนี้แหละเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ .. "
"อนาลโยวาท"
หลวงปู่ขาว อนาลโย -
เล่าขานตำนานไสยเวทย์ไทย ตอน " ดาบสรีกัญไชย " พระเวทย์สูงสุดแห่งแผ่นดินล้านนา
เล่าขานตำนานไสยเวทย์ไทย ตอน " ดาบสรีกัญไชย " พระเวทย์สูงสุดแห่งแผ่นดินล้านนา
สรีกัญไชย” คำนี้ เขียนตามอักษรธรรมล้านนา ออกเสียงว่า “สะ-หลี๋-กั๋น-ไจ” บางแห่งใช้ “สรีกัญชัย” ก็มี หมายถึงดาบวิเศษของพระโพธิสัตว์ ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในนามของดาบศักดิ์สิทธิ์ ที่ครูบาอาจารย์พระเถระสังฆเจ้า ได้เมตตาสร้างไว้เป็นเครื่องรางทรงพุทธานุภาพ ปกป้องคุ้มครองบรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่ได้มีไว้สักการบูชา กล่าวได้ว่าเป็นที่สุดแห่งศาสตร์พระเวทย์ล้านนา เป็นวิชาชั้นสูงของภาคเหนือก็ว่าได้
ดาบชื่อนี้ เป็น ๑ ใน ๕ อย่างของเครื่องราชกกุธภัณฑ์ล้านนา มีรูปลักษณ์ต่างกันออกไป เช่น เป็นดาบยาววาก็มี เป็นดังมีดน้อยก็มี หรือมีด้ามยาวอย่างง้าว ที่ใช้เป็นเครื่องเทียมยศพระพุทธรูป ปักเรียงกับละแอบังสูรย์ ทั้งหมดต่างเรียกขานว่า ดาบสรีกัญไชย และหากจะเทียบศักดิ์แห่งดาบนี้ คงทำนองเดียวกับพระแสงขรรค์ชัยศรีของภาคกลาง รูปแบบดาบโดยละเอียดเป็นอย่างไร เนื้อเหล็กเป็นอย่างไร ในเอกสารล้านนาไม่ได้พรรณนาไว้ รู้แต่ว่าเป็นของวิเศษคู่บุญพระโพธิสัตว์
หากจะพูดถึงที่มาที่ไปของดาบสรีกัญไชย คงต้องนับย้อนไปถึงตำนานความเชื่อตามโบราณกาล... -
หลวงพ่อทำตะกรุดใต้น้ำ
เรื่องเล่าจากหมวดตระกูลเรื่องนี้นำมาจากธัมมวิโมกข์ฉบับเดือนธันวาคม 2556
ลองอ่านกันดูครับโดยเฉพาะเรื่องหลวงพ่อเดินลงไปทำตะกรุดใต้น้ำ
เรื่อง หลวงพ่อทำตะกรุดใต้น้ำ
ในบรรดาลูกศิษย์รุ่นแรกๆของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน เริ่มตั้งแต่ก่อร่างสร้างวัดกันมา ร.ต.ต. ตระกูล เปาริก เป็นหนึ่งในผู้ที่มีโอกาสได้รับใช้ใกล้ชิดหลวงพ่อคนหนึ่ง ได้รู้ได้เห็นปฏิปทาของหลวงพ่อมาอย่างต่อเนื่อง
หมวดตระกูลเคยเล่าประสบการณ์หลายเรื่องให้ฟังกัน ซึ่งพวกเรามัวแต่ชะล่าใจว่าอยู่ใกล้ๆ เลยไม่ทันได้ถ่ายทำไว้ มาตื่นตัวอีกทีก็เมื่อหมวดตระกูลป่วยและจากพวกเราไปแล้ว เลยต้องบันทึกข้อมูลเผื่อให้คนรุ่นหลังไว้
เรื่องแรก ระหว่างปี 2514-2518 ปีไหนจำไม่ได้ แต่จำได้ว่าปีนั้นน้ำท่วมวัด ในช่วงนั้นโบสถ์ใหม่ยังไม่ใด้สร้าง ต้องใช้แพโบสถ์น้ำในการทำสังฆกรรม ตำแหน่งของแพโบสถ์น้ำก็ประมาณแพปลาในแม่น้ำสะแกกรังหน้าวัดในปัจจุบันนี้
มีอยู่วันหนึ่งหลวงพ่อเดินถือแผ่นทองแดงปึกหนึ่ง กะคร่าวๆประมาณ 10 แผ่น เดินไปแพโบสถ์น้ำ (ระหว่างนั้นยังไม่ได้สร้างหอฉัน) หมวดตระกูลก็เดินตามไป ที่แพจะมีกระดานเป็นสะพานทอดข้ามอยู่... -
ตำนานอันลึกลับ "พระอุ้มหมา แม่ชีอุ้มแมว" สิ่งน่าสะพึงกลัวที่มาพร้อมความตาย อย่างไม่คาดคิด!!
หลอนกันสุดๆ.. ตำนานอันลึกลับ "พระอุ้มหมา แม่ชีอุ้มแมว" สิ่งน่าสะพึงกลัวที่มาพร้อมความตาย อย่างไม่คาดคิด!!
คุณเชื่อเรื่อง ปอบ หรือไม่ เคยมีคนเล่ากันมาเกี่ยวกับ พระอุ้มสุนัข แม่ชีอุ้มแมว หรือไม่ เรื่องนี้ลือกันมานานแล้วว่า จะมีพระอุ้มสุนัขสีดำ และแม่ชีอุ้มแมวสีดำ เดินคู่กันและจะเดินไปเรื่อยๆตามบ้านต่างๆ แล้วก็จะร้องเรียกหรือเคาะประตูบ้านคน ถ้าใครขานรับหรือสบตาผู้นั้นก็จะตาย ในทันที
หรือหากใครเคยมีผู้คุยกับพระและชีคู่นี้ ก็ต้องตายไป พอนำศพไปชันสูตรปรากฏว่าอวัยวะข้างในนั้นไม่มีเหลือเลย หายไปอย่างไรร่องรอย คนเลยเชื่อกันมา พระอุ้มสุนัข แม่ชีอุ้มแมว นั้นคือ ปอบ
ปอบ มีต้นกำเนิดมาจากผู้ที่มีวิชา ไสยศาสตร์ มนต์ดำจนแก่กล้า สามารถใช้อำนาจอันเข้มขลังจากเวทมนตร์คาถาไปกระทำร้ายหรือทำลาย ชีวิตผู้อื่นได้ เช่น ทำ เสน่ห์ยาแฝด ฝังรูปฝังรอยเสกหนังควาย เสกตะปูเข้าท้อง หรือใช้มนตราบังคับวิญญาณ ภูตผีไปเข้าสิง วิชาไสยศาสตร์เหล่านี้มีข้อห้าม ข้อปฏิบัติกำกับอยู่ด้วย ผู้ที่มีวิชาอาคมทาง ไสยศาสตร์ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงระบุว่า เป็นเดียรฉานวิชา จะต้องระวังไม่ให้ละเมิดข้อห้าม ข้อปฏิบัติโดยเด็ดขาด
หากกระทำผิดข้อห้าม... -
กราบสาธุ!! หลวงตา”วัยกว่า70ปี เก็บดอกพิกุลที่ร่วงขายทำเงินเข้าวัดปีละหลายแสนบาท ซึ่งหลวงตาทำมานานกว่า10ปี!!
กราบสาธุ!! หลวงตา”วัยกว่า70ปี เก็บดอกพิกุลที่ร่วงขายทำเงินเข้าวัดปีละหลายแสนบาท ซึ่งหลวงตาทำมานานกว่า10ปี!!
หลายคนคิดว่าดอกพิกุลที่เราได้ยินในวรรณคดี อาจไม่มีค่า ไม่มีประโยชน์อะไร แต่ใครจะไปรู้ละว่า มันสามารถสร้างรายได้มากถึงปีละแสนบาทเลยทีเดียว!! เช่นเดียวกับหลวงตาวัยกว่า70ปีซึ่งเป็นพระลูก วัดไลย์ ตำบลเขาสมอคอน อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี เก็บดอกพิกุลที่มีอยู่ในวัดจำนวนมากส่งขายสร้างรายได้เข้าวัดปีละหลายแสนบาท
โดยทั้งนี้ดอกพิกุลถือเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดลพบุรี และที่วัดไลย์ ตำบลเขาสมอคอน อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี มีต้นพิกุลอยู่ภายในวัดเป็นจำนวนมากกว่า500ต้น ทั้งต้นเล็กและต้นใหญ่ ซึ่งในทุกเช้าหลวงตาเทิม วัยกว่า70ปี พระลูกวัดของวัดไลย์ ออกบิณฑบาตรแล้ว ก็จะนำญาติโยมในวัดอีก 2-3คน ออกเก็บกวาดดอกพิกุลที่ล่วงลงมาจากต้นกองอยู่กับพื้นดินและพื้นปูนของบริเวณวัด เพื่อเป็นการทำความสะอาดลานวัด และรวบรวมดอกพิกุลที่ล่วงมาคัดแยกออกจากใบ ออกจากก้าน เพราะทั้งหมดขายได้หมดแต่ราคาจะแตกต่างกัน
ทั้งนี้หลวงตาเทิมได้กล่าวอีกว่า การคัดแยกดอกพิกุลก็เพื่อให้เหลือแต่ดอกพิกุล นำมาตากแดดให้แห้ง... -
"วิธีละกรรม ชำระบาป" (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
"วิธีละกรรม ชำระบาป"
" .. การภาวนา คือการสำรวมใจ "นี่แหละเป็นการละบาปบำเพ็ญบุญ นี่เป็นวิธีตัดลัดใกล้ที่สุดในการที่จะละชั่วทำดี" เห็นชัดภายในใจของตนเลย ใจที่เรายังไม่ได้อบรมภาวนา คือไม่ได้นั่งสมาธิ จิตจะต้องยุ่งส่งส่ายวุ่นวายไปหาอารมณ์ที่ชั่วที่ดี โดยมากมักเป็นไปในทางที่ไม่ดี
เมื่อเรามานั่งภาวนนาทำสมาธิสำรวมอยู่ในทางที่ดี "นั้นเรียกว่า ละชั่ว นี่แหละเป็นการชำระกรรม" คือว่า "ล้างบาปด้วยวิธีนี้ ล้างความชั่วด้วยวิธีนี้ จนกระทั่งเราล้างชำระจนหมดจด" ใจมันแน่วแน่อยู่ในอารมณ์อันเดียว เป็นสมาธิถึงอัปนายิ่งดี แล้วจะไม่มีอะไรเลยในขณะนั้น "นั้นเรียกว่ากรรมหมดจด" ความชั่วที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ละขณะนั้นเลย
ถ้าหากเราหัดอยู่อย่างนี้อยู่ตลอดเวลา ความชั่วก็หมดไป ๆ เวลามันออกมาอีก เมื่อมาอยู่ธรรมดา ๆ ก็จะไม่ยอมทำความชั่วนั้นต่อไป "วิธีละกรรมชำระบาปอย่างง่ายที่สุดด้วยการภาวนา" เหตุนั้นจึงควรหมั่นทำบ่อย ๆ จนกว่ามันจะหมดสิ้นไป .. "
"ถามตอบต่างประเทศ ๖"
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี -
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เรื่อง ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เรื่อง ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
Buddhism Channel :-
Published on Dec 14, 2016
นิทาน จุไรท่องเที่ยวดวงดาว -
ความรู้ของจิตพิสดารมาก
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๑๑
ความรู้ของจิตพิสดารมาก
จิตเป็นของละเอียดมาก รู้สึกจะมีความละเอียดเหนือสิ่งใด ๆ จนไม่ปรากฏร่องรอยที่ไปและมา แม้จะท่องเที่ยวอยู่ได้ทั้งวันทั้งคืน ร่องรอยของจิตที่พอจะยึดได้ว่าเป็นอย่างนั้น ๆ เหมือนด้านวัตถุนี้ไม่มี ท่านเปรียบไว้เหมือนกับนกบินบนอากาศ ไม่มีร่องรอยทั้งนั้น อีกตอนหนึ่งเปรียบถึงท่านผู้บริสุทธิ์ที่ได้พรากจากร่างนี้ไปแล้ว ไม่มีร่องรอยว่าจะไปเกิดหรือไปตั้งอยู่ในสถานที่ใดอย่างนี้อีกเหมือนกัน แม้จิตจะยังมีสมมุติอยู่ภายในตัวที่เรียกว่ากฎแห่งกรรมก็ตาม แต่จิตก็ไปตามธรรมชาติของจิตที่มีความละเอียดประจำตัวอยู่แล้ว แม้จะไปสู่สถานที่ใดหรือไปเกิดในที่ใด ๆ การไปของจิตนั้นก็ไม่มีใครสามารถจะทราบได้ นอกจากท่านผู้มีญาณซึ่งควรจะรู้ได้เท่านั้น
ตามธรรมชาติของจิตแล้วมีความละเอียดประจำตนอยู่เสมอเช่นนี้ จึงยากที่จะพิสูจน์ให้ทราบได้ การปฏิบัติบำเพ็ญมีการภาวนาเป็นต้น นี้แลท่านว่าเป็นทางพิสูจน์เรื่องความ"รู้"คือใจของตัวเอง และความเคลื่อนไหวของใจว่าจะกระเพื่อมไปสู่วัตถุหรืออารมณ์ใด... -
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เรื่อง ดาวหลุมดำ (3 ชม.)
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เรื่อง ดาวหลุมดำ(3Hr.)
Buddhism Channel :-
Published on Dec 15, 2016
นิทาน จุไรท่องเที่ยวดวงดาว -
นาซา เก็บความลับเงียบ !!! แสงสะท้อนปริศนาจากโลก ที่หาคำตอบไม่ได้กว่า 10 ปี !?! วันนี้มีคำตอบแล้ว...
นาซา เก็บความลับเงียบ !!! แสงสะท้อนปริศนาจากโลก ที่หาคำตอบไม่ได้กว่า 10 ปี !?! วันนี้มีคำตอบแล้ว...
ในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน ปี 2015 จนถึงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว กล้องโทรทรรศน์กำลังสูงขององค์การนาซา บนดาวเทียมสำรวจสภาพชั้น บรรยากาศ Deep Space Climate Observatory หรือดิสคัฟเวอร์ สามารถจับภาพแสงสะท้อนปริศนาจากโลกรวมกัน 866 ครั้ง
นายอเล็กซานเดอร์ มาร์ชัค นักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการดิสคัฟเวอร์ที่ศูนย์ Goddard Space Flight ของนาซา บอกว่า จริงๆ แล้ว ตัวเขาและนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่ง สังเกตพบแสงปริศนาดังกล่าวในบริเวณที่เป็นมหาสมุทร ตั้งแต่ปี 1993 ซึ่งก็อาจจะอธิบายได้ไม่ยากว่าเป็นการสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ของผืนน้ำ แต่นักวิทยศาสตร์ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบแสงสะท้อนที่ว่านี้ในบริเวณที่เป็นแผ่นดินเช่นกัน หรือหากเป็นแสงสะท้อนจากแหล่งน้ำหรือทะเลสาบ แสงที่ว่าก็มีขนาดใหญ่เกินไป
แต่ในที่สุด นักวิทยาศาสตร์ของนาซา ก็ไขปริศนาของแสงสะท้อนนี้ได้แล้วค่ะ โดยพบว่าที่มาของแสงสะท้อนนี้ เป็นการสะท้อนของแสงอาทิตย์กับผลึกน้ำแข็งในกลุ่มเมฆเซอร์รัส (Cirrus) ซึ่งมีลักษณะเป็นริ้วๆ ลอยอยู่ในระดับสูง... -
เล่าขานตำนานไสยเวทย์ไทย ตอน พระขรรค์ เทพศาสตราใช้ปราบสิ่งชั่วร้าย ภัยอันตราย ทั้งปวง ดีนักแล
เล่าขานตำนานไสยเวทย์ไทย ตอน พระขรรค์ เทพศาสตราใช้ปราปสิ่งชั่วร้าย ภัยอันตราย ทั้งปวง ดีนักแล
พระขรรค์ คือ อาวุธปลายแหลม คลายมีด แต่มีสองคม และเรียวตรงกลาง คณาจารย์ท่าน ได้แยกแขนงมาจากมีดหมอ หรือเทพศาสตรา ใช้สำหรับการปราบภูติผีปีศาจ และคุ้มกันอันตราย วัตถุประสงค์ในการสร้างก็ดุจเดียวกันคือ "มีดหมอ" นั่นเอง
สืบสวนตำนานการสร้างพระขรรค์ ตามตำราไชยสงคราม ถือว่า เป็นสุดยอดแห่งเครื่องรางประเภท “ศาสดาวุธ” เลยก็ว่าได้ ในอดีตแม้แต่หลวงปู่ศุขวัดปากคว้างมะขามเฒ่า ยังเคยสร้างถวายแก่เสด็จในกรมหลวงชุมพรอุดมศักดิ์ ซึ่งพระองค์ ใช้เป็นเครื่องรางประจำพระองค์ นั้นคือ พระขรรค์โสฬส เป็นอาวุธที่แม้แต่ท่านขุนพันยังให้ความสนใจ ซึ่งในประวัติ เชื่อกันว่า สร้างขึ้นเพียง 7 เล่มเท่านั้น แสดงให้เห็นว่า การสร้างพระขรรค์ในสมัยโบราณกาล ไม่ใช่จะสร้างกันได้ง่ายๆ มิใช่จะไปสั่งมีดที่ทำสำเร็จตามท้องตลาด แล้วนำมาปลุกเสกกันหลายๆวาระ แล้วจะมาเรียกกันว่า เทพศาสตรา อย่างพระขรรค์ก็คงจะไม่ได้ เพราะพระขรรค์ถือว่าเป็น อาวุธคู่บารมีแห่งพระมหากษัตรย์จะมาทำกันแบบสุกเอาเผากิน เห็นทีจะไม่ควร... -
บทสวดคาถามหาจักรพรรดิ (แปล) และรวมคำสอนหลวงตาม้า (รูปภาพ)
คาถามหาจักรพรรดิ พร้อมแปล
----------------------
นะโมพุทธายะ
หมายถึง พระพุทธเจ้า 5 พระองค์
พระพุทธไตรรัตนะญาณ
หมายถึง สุดยอดของศีล สมาธิ ปัญญา
มณีนพรัตน์
หมายถึง สมบัติจักรพรรดิ
(อันได้แก่สมบัติหลัก 7 ประการ)
ได้แก่ จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว
ขุนพลแก้ว ขุนคลังแก้ว นางแก้ว แก้วมณี)
สีสะหัสสะสุธรรมา
สีสะ แปลว่า ความคิด
หัสสะ แปลว่า มือ ก็คือ การกระทำ
สุธรรมา คือ การรู้ทั้ง 3 โลกธาตุ
รวมความคือ การคิดและลงมือทำ
จนรู้ทั่วทั่ง 3 โลก
พุทโธ ธัมโม สังโฆ
หมายถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ยะธาพุทโมนะ หมายถึง
พระพุทธเจ้าที่จะมาตรัสรู้ในอนาคต คือ พระศรีอริยเมตไตรย
(เป็นการไล่สูตรคาถาย้อนกลับแบบโบราณ
โดยนำเอาคำ "ยะ" มาตั้งไว้ข้างหน้า หมายถึง
กำลังของพระศรีอริยเมตไตรยเป็นองค์นำ)
พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา
หมายถึง การบูชาพระรัตนตรัย
อัคคีทานัง วะรังคันธัง
หมายถึง ไฟเผาทำลายกิเลสทั้งภายนอกภายใน
สีวลี จะ มหาเถรัง
หมายถึง โชค ลาภ ธุรกิจการงาน ครอบคลุมทั้งหมด
อะหังวันทามิ ทูระโต
อะหังวันทามิ ธาตุโย อะหังวันทามิ สัพพะโส
พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ
หมายถึง การบูชา... -
อาหารและการสร้างสง่าราศีแก่ตน จากคำสอน หลวงปู่เดินหน อิเกสาโร
อาหารและการสร้างสง่าราศีแก่ตน
จากคำสอน หลวงปู่เดินหน อิเกสาโร
เนื่องจากเห็นภาพแบบนี้ในเน็ต เห็นแล้วก็เกิดอาการคัน อยากสอดอยากยุ่งกับชาวบ้านสักนิด เรื่องการนำเอาเครื่องมือมาเป็นภาชนะใส่อาหารแบบนี้ เมืองนอกเขาว่า “ฮิปสเตอร์” อะไรนั่น มันเท่ห์ดูแปลกตาน่าสนใจ หากถามผมกินไหมใส่มาเท่ห์แบบนี้ บอกเลยผมไม่แด๊กครับ ผมถือของผม ใครไม่ถือก็แด๊กได้ครับตามสบาย เรื่องการนำเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำงาน มาใส่อาหารหรือใช้ตักอาหารกินเช่นนี้ ตามศาสตร์โบราณถือว่าเป็นเสนียดจัญไร หรือเข้าตำราที่เรียกว่าเป็น **ธรณีสาร** ไม่เป็นมงคลกันผู้กิน อีกอย่างสมัยนี้เห็นนำเอาครกมาเป็นภาชนะใส่ส้มตำ นำเสริฟในร้านอาหารต่าง ๆ แบบนี้เป็นธรณีสารเช่นกัน
เมื่อเวลาผมไปร้านอาหารหากเห็นร้านไหนนำเอาครกใส่ส้มตำมาเสริฟ ผมจะบอกให้เขาไปเปลี่ยนใส่จานมา เพราะผมไม่กินใส่ในครกเด็ดขาด เหตุผลก็มีอยู่แต่หากมาอธิบายเกรงจะยาวเกิน ซึ่งเรื่องเหล่านี้หลวงปู่เดินหน อิเกสาโร บรมครูท่านเคยสอนเอาไว้ ท่านว่าการสร้างมงคลทั้งหลาย เราจำต้องสร้างด้วยตนเองก่อน ต้องเรียน ต้องรู้ ใช่จะไปรอขอให้ใครมาเสกให้ตัวเราดีเราขลัง เพราะความดี และมงคล... -
หลอนเป็นที่สุด เรื่องจริงที่น่ากลัว!!! อาถรรพ์วิญญาณครูนาฏศิลป์ ห้อยหัวรำอย่างงดงาม "รำสวยพอไหม" บอกได้คำเดียว สลบคาที่เลย!!!
หลอนเป็นที่สุด เรื่องจริงที่น่ากลัว!!! อาถรรพ์วิญญาณครูนาฏศิลป์ ห้อยหัวรำอย่างงดงาม "รำสวยพอไหม" บอกได้คำเดียว สลบคาที่เลย!!!
อาถรรพ์วิญญาณครูนาฏศิลป์ ที่บอกได้คำเดียวว่า โคตรหลอน
เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงจากสมาชิกหมายเลข 2578351 เว็บไซต์พันทิปดอทคอมระบุว่า สวัสดีครับก่อนอื่นเลยผมต้องบอกทุกคนเลยนะครับว่าเป็นกระทู้แรกของผมที่จะมาเล่าประสบการณ์ตรงสุดหลอนที่เกิดขึ้นกับผมที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในสระบุรี
เริ่มเข้าเรื่องเลยนะครับ ..
เรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวผมครับ ผมเป็นเด็กในจังหวัดทางภาคอีสาน ย้ายเข้ามาอยู่กับครอบครัวในจังหวัดสระบุรีครับแล้วผมก็ย้ายมาเรียนต่อม.4 ที่โรงเรียนแห่งนี้
เรื่องมันมีอยู่ว่าช่วงนั้นเป็นเดือนพฤศจิกายน เป็นช่วงฤดูหนาวก็จะมืดเร็วครับ ช่วงนั้นเป็นงานเกี่ยวกับการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ซึ่งผมก็จะได้ร่วมการแข่งขันด้วย ผมได้รับเลือกเข้าการแข่งขัน Drawing (วาดภาพลายเส้น) ซึ่งคุณครูที่ฝึกสอนผมจะเข้มงวดมากคือจะให้ผมและคนอื่นๆที่จะไปแข่งขันได้ซ้อมกันจนเย็นเกือบทุกวันครับเสาร์อาทิตย์ก็ต้องมาซ้อม ซึ้งผมก็ต้องยอมใจซ้อมครับ... -
โลกตะลึง !!! วัยรุ่นอินเดีย วัยเพียง 18 ปี สร้างดาวเทียมที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก...นาซ่าประกาศเตรียมนำไปใช้จริง !!!
โลกตะลึง !!! วัยรุ่นอินเดีย วัยเพียง 18 ปี สร้างดาวเทียมที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก...นาซ่าประกาศเตรียมนำไปใช้จริง !!!
สื่อข่าวรายงานว่า ริฟัต ชารูค วัยรุ่นชาวอินเดียวัย 18 ปี ส่งผลงานดาวเทียมที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก โดยหนักเพียง 64 กรัม เข้าร่วมโครงการประกวด "Cubes in space" ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซา และปรากฎว่า เขาได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะ
ชารูค กล่าวว่า วัตถุประสงค์หลักของดาวเทียมจิ๋วนี้ คือการแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานของคาร์บอนไฟเบอร์ จากกระบวนการสร้างแบบ 3 มิติ โดยดาวเทียมจิ๋วดวงนี้มีชื่อว่า กาลัมแซท (KalamSat) ตั้งตามชื่อของประธานาธิบดีอับดุล กาลัม ของอินเดีย ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์การบินในประเทศ
นาซาเตรียมจะนำดาวเทียมจิ๋ว “กาลัมแซท” ขึ้นไปทดลองใช้งานจริงในอวกาศเป็นเวลานาน 12 นาที ในเดือน มิ.ย.นี้ โดย “กาลัมแซท” จะมีคอมพิวเตอร์ออนบอร์ดแบบใหม่ และเซ็นเซอร์ในตัว 8 ตัว สำหรับใช้ตรวจวัดความเร่งในการหมุน และสนามแม่เหล็กของโลกด้วย
สำหรับ ริฟัต ชารูค เป็นเด็กหนุ่มจากรัฐทมิฬนาฑู (อ่านว่า ทะ-มิน-นา-ดู) ปัจจุบัน... -
พญานาค ถ้ำเชียงดาว เจ้าระเบียบจัด!! พระอริยเจ้าหลายองค์ โดนตำหนิหมด แม้ หลวงปู่มั่นสอน ยังไม่ฟัง!! สุดท้าย ไม่มีใครอยากไปรบกวนอีก!!
พญานาค ถ้ำเชียงดาว เจ้าระเบียบจัด!! พระอริยเจ้าหลายองค์ โดนตำหนิหมด แม้ หลวงปู่มั่นสอน ยังไม่ฟัง!! สุดท้าย ไม่มีใครอยากไปรบกวนอีก!!
หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ เล่าถึงพญานาคในถ้ำเชียงดาว ดังนี้
" ภายในถ้ำหลวง ที่ถ้ำเชียงดาว มีพญานาคอยู่ ถ้ำดังกล่าวนี้ ต้องแยกขึ้นไปทางซ้ายมือ อยู่แหนือถ้ำหลวงเล็กน้อย พื้นถ้ำมีก้อนหิน เป็นรูปกงจักรกับดอกบัว มีพญานาคเฝ้าอยู่ภายใต้แผ่นหินนี้
เวลามีพระเข้าภาวนาอยู่ภายในถ้ำนั้น ท่านแทบกระดุกกระดิกตัวไม่ได้เลย เป็นต้องถูกพญานาคกล่าวโทษทันทีว่า สมณะอะไรช่างไม่สำรวม คะนองกายเหมือนเด็ก ๆ
ถ้าเดินไปสะดุดเอาก้อนหินดังกรอกแกรก เขาก็จะกล่าวโทษว่า สมณะอะไรจะเดินจะเหินไม่สำรวมระวัง รีบไปรีบมาเหมือนม้าแข่ง ไม่ว่าพระจะทำอะไร ต้องสำรวมทุกอิริยาบถ ถึงอย่างนั้นก็ไม่วายจะถูกตำหนิติเตียน
พญานาคนี้มีอัธยาศัยชอบพอกันกับ พระมหาบุญ ถ้าพระมหาบุญเข้าไปอยู่ในถ้ำนั้น ไม่ว่าท่านจะทำอะไร เช่น ทำเสียงกระแอมกระไอ เดินเสียงดัง ทำก้อนหินหล่น เธอก็เฉยไม่แสดงกิริยาอะไรต่อต้านเพราะมีจริตเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม ไม่มีพระองค์ใดเข้าไปอยู่ในถ้ำนั้นได้นาน เพราะในถ้ำมีช่องให้อากาศเข้าไปทางเดียว... -
“เราจะเป็นคนอกตัญญูไม่ได้” หลวงปู่เจี๊ยะ!!! เล่าถึงเมื่อคราได้เป็นผู้อุปัฏฐากพระอาจารย์มั่นเหมือนได้ดูแลพ่อแม่ตนเอง สาธุ
“เราจะเป็นคนอกตัญญูไม่ได้” หลวงปู่เจี๊ยะ!!! เล่าถึงเมื่อคราได้เป็นผู้อุปัฏฐากพระอาจารย์มั่นเหมือนได้ดูแลพ่อแม่ตนเอง สาธุ
ท่านพระอาจารย์มั่นเมื่อเราไปอยู่กับท่านสี่แล้งกับสามปีเศษๆ กาแฟนี่..มาสังเกตดูในระยะ ๓-๔ ปีที่ไปอยู่ สมัยนั้นก็ยังพอมีบ้าง น้ำตาล กาแฟ อย่างนี้เป็นปีๆ ไม่เคยได้กินเลย ฉันข้าวแล้วก็น้ำเป็นปัจจัยสำคัญเท่านั้นเอง ต่างกันกับพวกเราสมัยนี้ อยากเวลาไหนก็กินได้เวลานั้น
เพราะฉะนั้นมันต่างกัน ท่านเป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดังจะต้องการสิ่งใด จะอยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ทั้งนั้นแต่ไม่เอา ท่านต้องการเข้าไปอยู่ในที่กันดาร ขณะหนึ่งที่ปีสุดท้าย ก่อนที่เราจะกลับไปอยู่ที่บ้านนาสีนวล ทางเหนือจังหวัดสกลฯ ทางเข้าไป หมู่บ้านราว ๓๐ กิโลเมตร หมู่บ้านนั้นยากจนทำไร่ทำสวนพอประมาณ ไร่นาก็มีนิดๆ หน่อยๆ เพราะเป็นภูเขา ไปบิณฑบาตมาอย่างนี้ ก็ไม่ค่อยมีกับข้าวที่จะฉัน ถ้ามาสมัยนี้ จ้างให้เราไปอยู่ แถมให้ค่าจ้างวันละ ๕๐๐ บาท ยังไม่เอาเลย นึกแล้วปลงสังเวช สลดใจ ท่านก็อาพาธ ก็เพิ่งจะค่อยดีๆ ขึ้นนิดหน่อยเท่านั้น เข้าไปอยู่ในที่นั้น อยู่กับท่านอดอยากและลำบากมาด้วยกัน... -
"พุทโธ เหยื่อล่อจิต" (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
"พุทโธ เหยื่อล่อจิต"
" .. การนึก "พุทโธ พุทโธ" ก็คือ "ล่อให้จิตมันอยู่ตรงนั้นแห่งเดียว" ผู้ที่จะภาวนาเป็นเร็วหรือเป็นช้า อยู่ที่อุบายของแต่ละบุคคล เมื่อจิตไปอยู่ตรงนั้นแห่งเดียวแล้ว ก็เพ่งพิจารณาเฉพาะตรงนั้น อยู่ได้เพียงแค่นั้นก็นับว่าดี
บางคนจิตรวมอยู่ตรงนั้นแล้ว "จับจิตอยู่ตรงนั้นได้แล้วและวางคำบริกรรมมันวางเอง" แล้วตั้งสติจับเอาจิตตรงนั้นพิจารณาผู้นั้น "ใครเป็นผู้คิดผู้นึก ผู้คิดผู้นึกมันออกมาจากใจ สติก็ไปเป็นใจ เลยรวมกันเข้าไปเป็นอันหนึ่ง คือใจอันนั้น"
ผู้พิจารณาอย่างนั้นหัดสมาธิเป็นเร็ว เพราะฉะนั้น "อย่าไปถือเอาคำบริกรรม เราเพียงแต่ว่า พุทโธ ๆ เฉย ๆ เปรียบเหมือนกับเหยื่อล่อปลาให้กินเบ็ด" เวลาปลากินเบ็ดแล้ว "เหยื่อเราก็ไม่เอา" ไม่ทราบมันหายไปไหน "เราต้องการปลานั่นต่างหาก"
อันนี้ก็ฉันใด "เหยื่อสำหรับล่อจิต" คือ "อานาปานสติ หายใจเข้า-ออก หรือ พุทโธ" อยู่ในที่นั้น .. "
หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี -
วันอัฏฐมีบูชา
วันอัฏฐมีบูชา
วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า
หลังจากเสด็จดับขันธปรินิพพานได้ ๘ วัน
คือหลังจาก “วันวิสาขบูชา” แล้ว ๘ วัน
ถือได้ว่าเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาอีกวันหนึ่ง
ซึ่งเกี่ยวเนื่องต่อจาก “วันวิสาขบูชา”
“วันอัฏฐมีบูชา” เป็นวันที่ชาวพุทธต้องสูญเสีย
พระพุทธสรีระแห่งองค์พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาสักการะอย่างสูงยิ่ง
เราชาวพุทธควรใช้วันนี้เป็นวันแสดงธรรมสังเวช อัปปมาทธรรม
(ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความไม่ประมาทมัวเมาในอารมณ์ทั้งปวง)
ทำจิตใจให้สงบน้อมระลึกถึงพระพุทธคุณอันหาประมาณมิได้
ให้สำเร็จเป็นพุทธานุสสติภาวนามัยกุศลด้วยเถิด
นอกจากนี้แล้ว วันนี้ยังเป็น วันคล้ายวันที่พระนางสิริมหามายา
พระพุทธมารดา สิ้นพระชนม์ หลังประสูติเจ้าชายสิทธัตถะ
และเป็น วันคล้ายวันที่พระพุทธองค์ทรงประทับเสวยวิมุตติสุข
ณ พระแท่นวัชรอาสน์ หรือโพธิบัลลังก์ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์
ตลอด ๗ วัน หลังจากตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ อีกด้วย
หลังจากพระพุทธองค์ทรงเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว
เหล่าภิกษุสงฆ์ เทพ พวกเจ้ามัลลกษัตริย์ ได้ถวายการสักการะพระพุทธสรีระ... -
เล่าขานตำนานไสยเวทย์ไทย ตอน ขวานครูพิษณุกัณฑ์ เทพอาวุธปราบมาร สิ่งชั่วร้าย
เล่าขานตำนานไสยเวทย์ไทย ตอน ขวานครูพิษณุกัณฑ์ เทพอาวุธปราบมาร สิ่งชั่วร้าย ลมเพลมพัด อาถรรพ์ต่างๆ
ขวานครูพิษณุกัณฑ์…มีคติการสร้างจากเทวบรมครู...เป็นขวานพระเวทย์ของบรมครูทั่วทั้งฟากฟ้าจักรวาล..ไว้ต้านปราบมารมีอำนาจดุจขวานของปรศุราม...มีประโยชน์มาก พกติดตัวแทนมีดหมอเพราะเป็นของกายสิทธิ์ ใช้ไล่ผี แก้อาถรรพ์ ทางสามแพร่ง ถนนชน ตึกสูง ฮวงจุ้ยได้ทุกอย่างโดยเอา คนขวานชนกับสิ่งไม่ดีนั้นๆใช้ทำน้ำมนต์รักษาโรค กดที่บวม แก้โรคที่รักษาไม่หายโรคเวรกรรม โดยเอาคมขวานแกว่ง ที่น้ำยาต้มยาสมุนไพรก็ได้ เดินทางไกล ป้องกันตัว ผีป่า เจ้าที่เล่นงาให้เอาขวานนี้ซุกไว้ใต้หมอนก่อนนอนก็ได้ บันดาลให้เกิดโชคลาภ บันดาลให้เกิดความเป็นสิริมงคลตามอิทธิฤทธิ์ของเทพส่งผลดีต่อดวงเมืองของประเทศไทย และส่งผลดีต่อประชาชนผู้ประกอบการดี เกื้อกูลอุดหนุนให้มีอำนาจ มีบารมี สมบูรณ์พูนผล ทวีลาภ เป็นมหานิยม ป้องกันโรคภัย คุณไสย จะเป็นผู้โชคดี ร่ำรวยเป็นเศรษฐี...
ปัจจุบันมีพระคณาจารย์ที่นามว่าพ่อท่าเว๊าะห์ท่านเป็นผู้สืบทอดวิชา ทำขวานครูพิษณุกันฑ์ขวานที่ท่านสร้างมีหลายรุ่นและมีหลายแบบ เช่น แบบช่อสูง 30cm,แบบเดี่ยวใหญ่ยาวประมาณ... -
ปัจจุบันสำคัญที่สุด
ปัจจุบันสำคัญที่สุด
หลวงพ่อมนตรี อาภัสสะโร
พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระมหาวิหารเชตวัน เมืองสาวัตถี ได้ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายถึงการปฏิบัติธรรมว่า "ปัจจุบัน" เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะอดีตเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้ว สิ่งที่เป็นอนาคตก็ยังมาไม่ถึง ทั้งอดีตและอนาคตจึงเป็นสิ่งที่ไม่น่าสนใจ สิ่งที่ควรให้ความสนใจก็คือที่นี่และเดี๋ยวนี้ โดยตรัสว่า
"บุคคลไม่ควรคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรมุ่งหวังสิ่งที่ยังมาไม่ถึง บุคคลใดเห็นแจ้งในปัจจุบันธรรม ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลนในธรรมนั้น ๆ ผู้นั้นควรเจริญในธรรมเนือง ๆ ความเพียรควรทำเสียวันนี้เดี๋ยวนี้ ไม่มีใครรู้ความตายในวันพรุ่งนี้
เพราะการผลัดเพี้ยนกับความตาย ไม่มีใครทำได้ ผู้รู้ย่อมสงบ เรียกว่าผู้มีความเพียร ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืนว่า ผู้นั้นมีชีวิตอยู่เพียงวันเดียวประเสริฐที่สุด"
สาเหตุหนึ่งที่ทำ ให้จิตของผู้ปฏิบัติธรรมฟุ้งซ่านไม่สงบ นั้นหมายถึงความปรุงแต่งไปตามสัญญาอารมณ์ทั้งอดีตและอนาคต เราชอบเก็บเรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านไปแล้วมานึกคิด ถ้าเป็นเรื่องไม่ดีจิตก็สลดหดหู่เหงาหงอยเซื่องซึมไป ทั้ง ๆ ที่เรื่องเหล่านั้นก็ผ่านพ้นเลยไปแล้ว... -
รูปลักษณะสภาวะทั้งหลายทั้งปวง เป็นเพียงพฤติภาพแห่งดวงจิตของบุคคล
รูปลักษณะสภาวะทั้งหลายทั้งปวง
เป็นเพียงพฤติภาพแห่งดวงจิตของบุคคล
ข้อความทำนองนี้จะปรากฏมากมาย ในพระธรรมเทศนาของท่านมิลาเรปะ เป็นข้อเท็จจริงในธรรมชาติที่พิสูจน์ได้โดยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่การใช้วิธีตั้งข้อสังเกตง่าย ๆ ของผู้ไม่รู้หนังสือ ก็ยังอาจสามารถพิสูจน์สัจจธรรมข้อนี้ได้ ผลลัพธ์ก็คือทำให้รู้เท่าทัน รูปลักษณะสภาวะทั้งหลายทั้งปวง ว่าล้วนไม่ได้มีตัวตนของมันเองดำรงอยู่จริง
ในมุมมองของอนิจจัง เมื่อเรากระทบสัมผัสด้วย ตา หู จมูก ลิ้น กาย อย่างใดอย่างหนึ่ง รูปลักษณะสภาวะในภายนอกซึ่งล้วนปราศจากตัวตนของมันเองได้ผันแปรไปแล้ว ดังนั้นการที่เรายังกำหนดความหมายหรือคุณค่าใด ๆ ของรูปลักษณะสภาวะนั้นอยู่ต่อไป ก็นับว่าเป็นเรื่องของพฤติภาพภายในจิตใจซึ่งมีรูปแบบของการสั่งสมอวิชชาไว้หลากหลายนัยยะของแต่ละปัจเจกบุคคลเองล้วน ๆ ที่เนื่องอยู่กับการกระทบสัมผัสนั้น ๆ
ในมุมมองของอนัตตา หรือความไม่มีตัวตนของมันเอง เช่นการที่เราเห็นก้อนเมฆเป็นสิ่งที่หมายถึงได้ แต่ถ้าเข้าไปพิจารณาองค์ประกอบของก้อนเมฆอย่างใกล้ชิด จะเห็นกลุ่มละอองน้ำ และเงาที่เกิดจากละอองเหล่านั้นบดบังแสงอาทิตย์... -
วิญญาณธาตุ
วิญญาณธาตุ
สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
วัดบวรนิเวศวิหาร
คัดจากเทปธรรมอบรมจิต ข้อความสมบูรณ์
อณิศร โพธิทองคำ บรรณาธิการ
บัดนี้ จักแสดงธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต ในเบื้องต้นก็ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการฟัง เพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม
จะแสดงพระพุทธคุณบทว่าภควาในความหมายว่าพระผู้มีการไป คือตัณหาความดิ้นรนทะยานอยากในภพทั้งหลาย อันคายเสียแล้ว คือละเสียแล้ว ความของพระพุทธคุณบทนี้ได้แสดงมาแล้วในความหมายนี้ครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่หมดกระแสธรรมะอันเกี่ยวเนื่องอยู่ เพราะฉะนั้นจึงแสดงเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่งในวันนี้ พระพุทธเจ้าได้ทรงละภพชาติไม่เกิดในภพชาติใหม่ พระองค์ได้ทรงเป็นผู้หักกิเลสดับกิเลส หักใจดับใจได้ดังที่ได้แสดงมาแล้ว
เพราะฉะนั้นจึงไม่ทรงถือภพชาติใหม่ ทรงเป็นผู้สิ้นภพสิ้นชาติแล้ว ตั้งแต่เมื่อพระองค์ได้ตรัสรู้พระโพธิญาณ ทรงละอาสวะกิเลสได้ทั้งสิ้น มีอวิชชาเป็นต้น เพราะฉะนั้น จึงไม่มีภพชาติเหลืออยู่... -
ต้องเข้าใจ!ตายไม่แปลว่าหมดกรรมดีเสมอไป"หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ" เผย พระองค์หญิงวิภาวดีสิ้นชีพิตักษัยเพราะ "กรรมดีส่งผลดีเกินกว่าร่างธรรมดาจะรับไหว"
ต้องเข้าใจ!ตายไม่แปลว่าหมดกรรมดีเสมอไป"หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ" เผย พระองค์หญิงวิภาวดีสิ้นชีพิตักษัยเพราะ "กรรมดีส่งผลดีเกินกว่าร่างธรรมดาจะรับไหว"
สมเด็จพระนางเจ้าฯ : พระองค์หญิงวิภาวดี รังสิต ต้องสิ้นชีพิตักษัย เพราะกฎของกรรมที่ทำไว้ในชาติปางก่อนใช่ไหม?
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ : ถ้าจะกล่าวถึง กฎของกรรมเดิม ก็ถือว่ามีความสำคัญเหมือนกัน แต่กรรมที่ใหญ่ไปกว่านั้นคือ กรรมดีในปัจจุบัน ในเมื่อท่านเข้าถึงแล้ว ก็มีความจำเป็นต้องสิ้นชีพิตักษัยในวันรุ่งขึ้น เพราะตามธรรมดาความดีที่มาก เขาถือว่าความดีล้น ร่างกายของคนทนไม่ไหว จะต้องตาย อันนี้ ถ้าไปถามหมอดูหลายๆท่านจะรู้ แต่บางท่านอาจจะรู้หรือไม่รู้ อาตมาไม่ทราบ เคยทราบมาตั้งแต่เป็นเด็กๆ มีขุนนางท่านหนึ่งเป็นพระยา อยู่ๆก็ปรากฏว่ามี ต้นบัวหลวงมาขึ้นอยู่บนหลังคาของท่าน ซึ่งไม่มีน้ำ มันก็ขึ้น แล้วก็มีดอกงามไสว ท่านไปนิมนต์พระมาสวดต่อนาม บังเอิญอย่างยิ่งอาตมาก็มีส่วนไปด้วย ก็ถามท่านว่า การที่มีต้นบัวหลวงดอกบัวหลวงเกิดอยู่บนหลังคาซึ่งไม่มีน้ำ จัดว่าเป็นมหามงคล ทำไมท่านเจ้าคุณจึงต้องทำบุญอย่างนี้ คือคล้ายๆทำบุญต่ออายุ ท่านบอกว่ามันเป็นมหามงคลจริงขอรับ เป็นโชคใหญ่... -
สงสัยไหม? ทำไมบางเกจิบางท่านละสังขารแล้วร่างไม่เน่า เรื่องนี้ "หลวงปู่ดู่" มีคำตอบ...
สงสัยไหม? ทำไมบางเกจิบางท่านละสังขารแล้วร่างไม่เน่า เรื่องนี้ "หลวงปู่ดู่" มีคำตอบ...
๓๗ เรื่องเล่า ธรรมะลึกซึ้งเข้าใจง่าย หลวงปู่ดู่ พฺรหฺมปัญโญ วัดสะแก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เรื่องตายแล้วไม่เน่า
ผู้เขียนเคยไปที่วัดป่าเลไลย จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อไปนมัสการศพของหลวงพ่อถิร ปรากฏว่าร่างกายไม่เน่าเปื่อย มีเล็บและเกศางอกออกมา เป็นที่อัศจรรย์ใจและเกิดความสงสัย เมื่อมีโอกาสได้กราบเรียนหลวงปู่ดู่ ท่านอธิบายว่า
"ผู้ที่ตายแล้วไม่เน่ามี ๓ ประเภท"
๑.ผู้ที่กินว่าน
๒.ผู้ที่มีคาถาอาคมเสกข้าวกินประจำ
๓.พระอรหันต์อธิษฐานทิ้งร่างไว้ให้คนสักการะกราบไหว้ ตัวอย่างเช่น หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน จังหวัดสุพรรณบุรี
ผู้เขียนเกิดความไม่แน่ใจ เพราะเราไม่สามารถตัดสินได้ว่าองค์ไหนเป็นพระอรหันต์ หลวงปู่บอกว่า "เราต้องดูปฏิปทาหรือราศี พวกที่กินว่านหรือมีคาถานั้นจะไม่มีราศี ผิวพรรณไม่สดใส" ผู้เขียนจึงได้ปรารภกับหลวงปู่ โดยกล่าวอ้างถึงในสมัยก่อนหลวงปู่มีผิวพรรณที่ค่อนข้างดำ แต่ในปัจจุบันหลวงปู่มีราศีสดใสสวยงาม แม้แต่หลวงปู่บุดดา เมื่อก่อนเขาว่าท่านผิวดำเหมือนกัน หลวงปู่ตอบว่า "ไม่ต้องสงสัย... -
ภาพระบบสุริยจักรวาล...ภาพแรกในไทย !!! โดยแนวคิดของ ร.4 ผู้ปรีชาญาณด้านดาราศาสตร์...จิตรกรรมฝาผนัง วัดบรมนิวาส...
ภาพระบบสุริยจักรวาล...ภาพแรกในไทย !!! โดยแนวคิดของ ร.4 ผู้ปรีชาญาณด้านดาราศาสตร์...จิตรกรรมฝาผนัง วัดบรมนิวาส...
ภาพเขียนภายในพระอุโบสถวัดบรมนิวาส ราชวรวิหาร ถูกบันทึกเป็นฐานข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ว่าเป็นฝีมือของจิตรกรหัวก้าวหน้าผู้มีความใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 จิตรกรล้ำยุคผู้นั้นคือ "ขรัวอินโข่ง" กล่าวกันว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งผนวชที่วัดราชาธิวาสวรวิหาร ได้ทรงคิดแนวเรื่องปริศนาธรรมขึ้น แล้วโปรดเกล้าให้ขรัวอินโข่ง เป็นผู้เขียนภาพประกอบ ภาพปริศนาธรรมที่อยู่บนผนังเหนือช่องหน้าต่างและประตู เป็นสิ่งที่นักวิชาการต่างๆ มักเอ่ยอ้างถึงเมื่อกล่าวถึงวัดบรมนิวาส เนื่องด้วยเป็นงานจิตรกรรมฝาผนังที่ทรงคุณค่ายิ่ง คนในภาพเขียนเป็นชาวต่างชาติ ทั้งยังประกอบภาพเขียนด้วยเทคโนโลยีของชาวตะวันตก ซึ่งในสมัยดังกล่าวยังไม่มีขึ้นในประเทศไทย
สุรชัย จงจิตงาม อาจารย์ประจำภาควิชาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2546 ได้เข้ามาเก็บข้อมูลด้านจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ วัดบรมนิวาส...
หน้า 399 ของ 438